วันนี้ (11 ส.ค. 60) สื่อต่างชาติรายงานว่า นาย เจมส์ แมททิส รัฐมนตรีกลาโหม ออกมาเตือนว่าสงครามจะทำให้เกิดความสูญเสียมหาศาล ขณะเดียวกันก็ออกมาเผยว่ากำลังเริ่มเห็นผลจากความพยายามทางการทูต ส่วน ทรัมป์ เองก็ออกมาเตือนเกาหลีเหนือเพิ่มเติม โดยบอกว่าเกาหลีเหนือควรจะคิดอย่างรอบคอบ ก่อนตัดสินใจทำอะไรกับสหรัฐฯ เพราะจะเจอปัญหาแบบที่ไม่กี่ชาติเคยเจอมาก่อน
ด้าน นาย มัลคอลม เทิรนบูล นายกรัฐมนตรีออสเตรเลีย ยกหูโทรศัพท์พูดคุยกับเจมส์ แมททิส หลังจากนั้นก็ออกมาบอกว่าประเทศออสเตรเลียก็จะส่งกำลังทหารช่วยเหลือสหรัฐฯ หากถูกเกาหลีเหนือโจมตี ตามสนธิสัญญาอันซุส
ขณะที่สัปดาห์นี้ กระทรวงกลาโหมสหรัฐฯ ก็เผยว่ากำลังพิจารณาทบทวนแนวปฏิบัติเกี่ยวกับการยิงขีปนาวุธร่วมกันกับเกาหลีใต้ เพื่ออนุญาตให้เกาหลีใต้ผลิตขีปนาวุธที่มีศักยภาพเพิ่มขึ้น ซึ่งเกาหลีใต้ต้องการเพิ่มน้ำหนักหัวรบจาก 500 กิโลกรัม เป็น 1 ตันหรือมากกว่า ซึ่งรุนแรงพอที่จะโจมตีเป้าหมายที่เป็นหลุมหลบภัยใต้ดินหรือฐานทดลองนิวเคลียร์ได้ ขณะที่พิสัยการยิงจะจำกัดไว้ที่ 800 กิโลเมตรเช่นเดิม เพื่อไม่ให้เกิดการต่อต้านจากเพื่อนบ้าน
นอกจากนี้ ช่วงไม่กี่วันที่ผ่านมา บรรดานักการเมืองหัวอนุรักษ์นิยมในกรุงโซลก็ออกมาเรียกร้องให้สร้างสมดุลนิวเคลียร์บนคาบสมุทรเกาหลี โดยเสนอให้รัฐบาลเกาหลีใต้ขอให้สหรัฐฯ นำอาวุธนิวเคลียร์กลับมาประจำการอีกครั้ง หลังจากที่ถอนอาวุธนิวเคลียร์ออกจากเกาหลีใต้ตั้งแต่ปี 1952 ที่สองเกาหลีตกลงที่ทำให้คาบสมุทรเกาหลีปราศจากอาวุธนิวเคลียร์ แต่สุดท้ายเกาหลีเหนือก็เป็นฝ่ายละเมิดข้อตกลง
อย่างไรก็ตาม ข้อเรียกร้องนี้ไม่น่าจะเป็นไปได้ เพราะนั่นเท่ากับเป็นการกลืนน้ำลายตัวเอง และสวนทางกับความพยายามที่จะให้เกาหลีเหนือเลิกล้มโครงการพัฒนาอาวุธนิวเคลียร์
ขณะเดียวกันมีความเคลื่อนไหวจากสื่อของรัฐบาลจีน หนังสือพิมพ์โกลบอลไทมส์ ลงบทความวิเคราะห์ท่าทีของรัฐบาลจีนต่อวิกฤติเกาหลีเหนือ คาดว่าจีนจะแสดงจุดยืนที่ชัดเจนขึ้นก็ต่อเมื่อมีการกระทำที่คุกคามผลประโยชน์ของจีน ส่วนท่าทีของจีนก็ต้องขึ้นอยู่กับบริบทของสถานการณ์ หากเกาหลีเหนือเป็นฝ่ายเปิดฉากยิงขีปนาวุธที่คุกคามดินแดนของสหรัฐฯ และสหรัฐฯ ทำการตอบโต้ จีนคงจะไม่เคลื่อนไหว
แต่ถ้าเป็นสหรัฐฯ หรือเกาหลีใต้เริ่มโจมตีก่อน และพยายามล้มล้างระบอบของเกาหลีเหนือ รวมถึงเปลี่ยนแปลงสภาพการเมืองที่เป็นอยู่ในคาบสมุทรเกาหลี จีนจะออกมายับยั้ง
โดยมุมนักวิเคราะห์ นาย วันวิชิต บุญโปร่ง ผู้เชี่ยวชาญด้านความมั่นคงทางการทหาร มหาวิทยาลัยรังสิต เตือนว่าวิกฤติเกาหลีเหนือขู่ยิงจรวดไปยังเกาะกวม มีความเสี่ยงอยู่จริง ถ้าเกาหลีเหนือ ยิงจริง สถานการณ์จะขยายวงอย่างรวดเร็วและรุนแรง เพราะสหรัฐฯ คงไม่ปล่อยให้ขีปนาวุธตกลงที่เป้าหมายแน่นอน การตอบโต้จะทำให้เกิดความสูญเสีย ต่อพันธมิตรสหรัฐฯ ในภูมิภาค เพราะเกาหลีเหนือมีศักยภาพในการตอบโต้ ซึ่งทั้งเกาหลีใต้ และญี่ปุ่น จะตกเป็นเป้าโจมตี