ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ภาพจากกล้องวงจรปิดบันทึกเหตุการณ์ขณะที่กลุ่มชายฉกรรจ์แต่งกายชุดลายพราง 4 คน และแต่งนอกเครื่องแบบอีก 5 คน รวมทั้งหมด 9 คน ได้บุกเข้าไปที่บริษัทคันต้า กรุ๊ป ไทยแลนด์ จำกัด ในซอยนวลจันทร์ 34 เขตบึงกุ่ม เพื่อขอเข้าพบนายสุรชัย แซ่ย่าง นักธุรกิจผู้เสียหายภายในห้องทำงาน ก่อนที่จะพาตัวนายสุรชัยออกจากบริษัทไปยังสถานที่แห่งหนึ่ง และขู่เรียกเงิน 20 ล้านบาท แต่ทางผู้เสียหายได้เจรจาต่อรองขอจ่ายเงินให้ 2 ล้านบาทเพื่อแลกกับการปล่อยตัว ซึ่งภาพจากกล้องวงจรปิดนี้ถือว่าเป็นหลักฐานชิ้นสำคัญ จนนำไปสู่การขอศาลออกหมายจับผู้ต้องหาที่ก่อเหตุในคดีนี้ได้ทั้งหมด 10 คน ซึ่งมีนายทหารยศระดับ “พลตรี” สังกัดกองบัญชาการกองทัพไทย เป็นหัวหน้าขบวนการ
ด้านพลตำรวจตรี สุรเชษฐ์ หักพาล ผู้บังคับการสายตรวจและปฏิบัติการพิเศษ หรือ ตำรวจ191 ให้ข้อมูลว่าการติดตามตัวนายอุทิศ ก่อแก้ว และนายฐิติกร ชื่นอุรา ผู้ต้องหาอีก 2 คนที่ร่วมก่อเหตุในคดีนี้ซึ่งอยู่ระหว่างการหลบหนี โดยยืนยันว่าล่าสุดทางชุดสืบสวนพบพิกัดที่อยู่ของบุคคลทั้ง 2 แล้ว แต่ยังไม่สามารถเปิดเผยรายละเอียดได้เนื่องจากการจะส่งผลต่อรูปคดีและอาจทำให้คนร้ายไหวตัวทัน แต่ยืนยันว่าผู้ต้องหาทั้ง 2 คนยังไม่หลบหนีออกนอกประเทศ ซึ่งขณะนี้ทางชุดสืบสวนได้ลงพื้นที่แกะรอยคนร้ายอย่างใกล้ชิด และคาดว่าจะสามารถจับกุมตัวได้ภายในเร็ว ๆ นี้ ส่วนที่มีข้อมูลว่าผู้ต้องหาขบวนการนี้เคยก่อเหตุมาแล้วไม่ต่ำกว่า 10 คดี เบื้องต้นพบข้อมูลหลักฐานที่ยืนยันได้แล้ว 4-5 คดี และพบว่ามีผู้เสียหายส่วนหนึ่งทยอยเข้าให้ข้อมูลกับทางตำรวจแล้ว
ขณะที่พันตำรวจเอกศรายุทธ จุณณวัตต์ ผู้กำกับการ สน.โคกคราม กล่าวว่า คดีนี้มีผู้เสียหายเข้าให้ข้อมูลเพิ่มเติมแล้ว 2 คน ซึ่งเป็นนักธุรกิจชาวจีน ถูกหลอกเงินไปกว่า 4 ล้านบาท เหตุเกิดในท้องที่ สน.ลาดพร้าว เมื่อปี 2557 ส่วนผู้เสียหายอีกรายก็เป็นชาวจีนเช่นกัน ถูกหลอกเงินไปประมาณ 7แสน 5หมื่นบาท เหตุเกิดเมื่อปี 2559 ในพื้นที่ สน.ห้วยขวาง โดยพฤติกรรมของขบวนการนี้จะเลือกเหยื่อที่เป็นนักท่องเที่ยวหรือนักธุรกิจชาวจีนที่มาลงทุนในประเทศไทย ใช้อุบายหลอกเข้าตรวจสอบบริษัทว่ามีการจดทะเบียนถูกต้องหรือไม่ และชำระภาษีถูกต้องหรือไม่ ส่วนผู้ร่วมขบวนการอื่นๆจะทำหน้าที่อ้างตัวเป็นเจ้าหน้าที่รัฐ เข้าไปตรวจสอบและร่วมกันรีดทรัพย์เหยื่อต่อไป