วันนี้ (17 ส.ค.60) ผู้สื่อข่าวรายงานว่า วันนี้ครบรอบ 2 ปี เหตุระเบิดที่ศาลท้าวมหาพรหม แยกราชประสงค์เมื่อปี 2558 ซึ่งเป็นเหตุระเบิดก่อการร้ายครั้งใหญ่ในเมืองไทย ทำให้มีผู้ได้รับบาดเจ็บและเสียชีวิตเป็นอย่างมาก โดยบรรยากาศในช่วงเช้าวันนี้มีเพียงนักท่องเที่ยวทั้งชาวไทยและประชาชนเข้ามาสักการะขอพรตามปกติ โดยส่วนใหญ่พบว่าเป็นชาวจีน และจากการสอบถามพบว่าในปีนี้ไม่มีญาติของผู้สูญเสียมาทำพิธีและทำบุญกันเหมือนในปีที่ผ่านมา ขณะเดียวกันทางเจ้าหน้าที่ตำรวจได้ตรึงกำลังรักษาความปลอดภัยอย่างเข้มงวด
หากย้อนกลับไปเมื่อปี 2558 เหตุระเบิดที่แยกราชประสงค์ เกิดขึ้นในช่วงกลางดึกของวันที่ 17 สิงหาคม นับว่าเป็นวันแห่งความโศกเศร้าและสร้างความสูญเสียกับผู้เคราะห์ร้ายที่ตกเป็นเหยื่อความรุนแรงของผู้ก่อการร้าย ซึ่งพลตำรวจเอกศรีวราห์ รังสิพราหมณกุล รองผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ เปิดเผยว่า ตำรวจได้สรุปสำนวนคดีเพื่อเอาผิดนายอาเด็ม คาราดัก และนายเมียไรลี ยูซูฟู ผู้ต้องหาทั้ง 2 คนที่ถูกจับกุมได้ ให้กับทางอัยการศาลทหารแล้ว
ขณะนี้กำลังอยู่ในระหว่างการพิจารณาของศาลทหาร แต่ยอมรับว่าการติดตามตัวผู้ต้องหาตามหมายจับอีก 14 คน ที่ยังหลบหนีอยู่ จนถึงขณะนี้ทางเจ้าหน้าที่ยังไม่พบเบาะแสความคืบหน้า จึงขอให้ประชาชนช่วยเป็นหูเป็นตาอีกทางหนึ่ง
ส่วนการเยียวยาผู้ได้รับผบกระทบจากเหตุระเบิดราชประสงค์ ด้านอธิบดีกรมคุ้มครองสิทธิและเสรีภาพ กระทรวงยุติธรรม เปิดเผยว่า ทางคณะกรรมการได้พิจารณาค่าตอบแทนผู้เสียหายแก่เสียชีวิตจำนวน 20 ราย รวมเป็นเงิน 3 ล้านบาท และผู้บาดเจ็บ 94 ราย รวมเป็นเงินจำนวน 2.8 ล้านบาท ทั้งหมดแล้ว แต่มีผู้เสียหายรายหนึ่ง คือ นางสาวกิ่งกาญจน์ สูงใหญ่ ที่ได้รับบาดเจ็บสาหัสจนทุพลภาพ ได้เข้าร้องเรียนเพิ่มเติม โดยเจ้าหน้าที่ได้ช่วยเหลือไปแล้ว พร้อมประสานหน่วยงานที่เกี่ยวข้องให้เข้าดูแลสภาพความเป็นอยู่ต่อไป
ขณะที่ พลเอกประวิตร วงศ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรีฝ่ายความมั่นคง ได้กำชับให้ทหารและตำรวจ เฝ้าระวังสถานการณ์เป็นพิเศษเพื่อจะได้รับมือให้ทันท่วงทีส่วนถ้าพบเบาะแสของผู้ต้องหาที่ยังหลบหนีอยู่ก็จะประสานทางการต่างประเทศส่งตัวผู้ร้ายข้ามแดนทันที และย้ำว่าหากใครพบบุคคลในหมายจับให้แจ้งตำรวจตรวจสอบได้ทุกพื้นที่ในประเทศไทย