วันนี้ (24 ส.ค.60) เจ้าหน้าที่ส่งกำลังเข้าตรวจความปลอดภัย ที่ศาลฎีกา ศูนย์ราชการ ถนนแจ้งวัฒนะ พร้อมกันแนวเขตสำหรับกลุ่มมวลชน ซึ่งจะกั้นไว้ด้านนอกห่างจากประตูศาลถึง 200 เมตร หลังประกาศพื้นที่ด้านในเป็น “เขตอำนาจศาล” หน่วยเก็บกู้และตรวจสอบวัตถุระเบิด หรือ EOD เข้าตรวจสอบพื้นที่บริเวณรอบศาลฏีกาตั้งแต่ช่วงบ่ายที่ผ่านมา เพื่อให้มั่นใจว่า พื้นที่บริเวณรอบศาลปลอดภัยจากวัตถุต้องสงสัย โดยพื้นที่ด้านหน้าทางเข้าศาล ยังถูกล้อมรอบด้วยแผงเหล็กมัดด้วยลวด กั้นเป็นทางเดินทางเดียว และพื้นที่ตรงนี้ ที่เคยอนุญาตให้มวลชนมาให้กำลังใจ ไม่ได้รับอนุญาตอีกต่อไป
ทั้งนี้ กองอำนวยการรักษาความสงบเรียบร้อย คสช. แสดงให้เห็นแนวเขตพื้นที่สีเหลือง โดยประกาศให้พื้นที่ในศาล หน้าศาล และบริเวณศาลทั้งหมด เป็นเขตอำนาจศาล ดังนั้นผู้ที่ไม่มีส่วนเกี่ยวข้อง หรือไม่ได้ขออนุญาต จะเข้ามาไม่ได้อย่างเด็ดขาด ซึ่งรวมถึงกลุ่มมวลชนที่มาให้กำลังใจนางสาวยิ่งลักษณ์ด้วย และมวลชนที่มา จะถูกจัดให้อยู่ในโซนสีแดง คือด้านหน้าติดกับถนนแจ้งวัฒนะ ซึ่งอยู่ห่างจากประตูศาลประมาณ 200 เมตร ซึ่งกรุงเทพมหานคร นำรถสุขาเคลื่อนที่ 10 คัน มาอำนวยความสะดวก พร้อมตั้งเต๊นท์ และเก้าอี้กว่า 300 ตัว ไว้ให้มวลชน
โดยรอบศาลฏีกา ยังถูกติดตั้งกล้องวงจรปิดเพิ่มอีก 120 ตัว ตั้งแต่เมื่อวานนี้ โดยใช้กล้อง 88 ตัว ติดตั้งในพื้นที่ด้านนอกเขตศาล ซึ่งเป็นจุดที่ถูกกันไว้ให้มวลชนที่มาให้กำลังใจนางสาวยิ่งลักษณ์ ใช้เป็นจุดรวมพล และกล้องอีก 32 ตัว ถูกติดตั้งไว้ด้านในเขตอำนาจศาล
พล.ต.ต.สุรเชษฐ์ หักพาล ผู้บังคับการสายตรวจและปฏิบัติการพิเศษ หรือ 191 ลงตรวจสอบความพร้อม และระบุว่า ยังไม่พบสิ่งบ่งชี้ว่าจะเกิดเหตุความรุนแรงใดๆ โดยมีข้อมูลว่า ตำรวจใช้กำลังกองร้อยควบคุมฝูงชน 24 กองร้อย หรือ 3720 นาย ตำรวจท้องที่ 213 นาย และตำรวจสันติบาล 230 นาย ซึ่งยืนยันว่า อยู่ในจำนวนที่เหมาะสม และใช้เพื่อป้องกันเหตุ เพราะเป็นคดีที่อยู่ในความสนใจของประชาชน โดยกำชับให้มวลชนที่มาให้กำลังใจ ต้องไม่ละเมิดข้อกฎหมาย
ด้านพล.ต.ต.ภาณุรัตน์ หลักบุญ รองผู้บัญชาการตำรวจนครบาล บอกว่า การเข้าพื้นที่อาคาร A และ อาคาร B จะต้องเป็นบุคคลที่ได้รับอนุญาตจากศาลเท่านั้น และต้องเข้าผ่านจุดคัดกรองบริเวณซอยแจ้งวัฒนะ 9 ซึ่งขณะนี้ มีเพียง 3 กลุ่มเท่านั้นที่จะเข้าไปได้ คือ เจ้าหน้าที่ศาลฎีกา ที่รถมีสติกเกอรระบุตัวตนชัดเจน บุคคลที่จะมาให้กำลังใจนางสาวยิ่งลักษณ์ ที่กำหนดไว้แล้ว 50 คน และสื่อมวลชน
ส่วนพื้นที่ที่กันไว้สำหรับมวลชน จะอนุญาตให้นางสาวยิ่งลักษณ์ เดินทักทายมวลชนได้ ในวันที่ 25 ส.ค.60
สำหรับพื้นที่โดยรอบศูนย์ราชการ จะจัดให้มีจุดคัดกรอง 3 จุด คือ ปากซอยแจ้งวัฒนะ ต้นถนนงามวงศ์งามตัดกับซอยแจ้งวัฒนะ 7 และถนนงามวงศ์วานตัดกับศูนย์ราชการ
เจ้าหน้าที่ยังกำหนดไปเฝ้าระวังจุดสูงข่มหลายจุดไว้โดยรอบศาลฏีกาแผนกคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง และเตรียมเส้นทางสำรองไว้สำหรับสถานการณ์พิเศษอีกด้วย
พล.ต.อ.จักรทิพย์ ชัยจินดา ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ ระบุว่า ไม่กังวลกับการเดินทางมาให้กำลังใจอดีตนายกรัฐมนตรีของประชาชน โดยระบุว่า ตามการข่าวจะมีคนเดินทางมาจากต่างจังหวัดหลักพันคน โดยตำรวจจะใช้กำลัง 24 กองร้อย ตั้งจุดคัดกรอง 3 จุด และจะเดินทางไปติดตามสถานการณ์ด้วยตัวเองในวันพรุ่งนี้ พร้อมกับ พล.ต.อ.ศรีวราห์ รังสิพราหมณกุล รองผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ ส่วนความกังวลว่า จำเลยในคดีจะหนีออกนอกประเทศ หลังอ่านคำพิพากษา ตำรวจก็ได้เตรียมแผนเรื่องนี้ไว้แล้ว
ขณะที่ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี วันนี้ได้พูดถึง ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ ด้วย ระหว่างเข้าอวยพรวันเกิด ครบ 97 ปี พล.อ.เปรม ติณสูลานนท์ ช่วงหนึ่ง พล.อ.เปรม ถามว่า บรรดาผู้บัญชาการทหาร ตำรวจ ที่เกษียณอายุปีนี้ มีใครบ้าง พลเอกประยุทธ์ พูดถึงพลตำรวจเอกจักรทิพย์ ชัยจินดา ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ ในลักษณะทีเล่นทีจริงว่า ถ้าคุมไม่อยู่ อาจเกษียณก่อนกำหนด ทั้ง ผบ.ตร. และ รอง ผบ.ตร. โดย คำว่า “คุมไม่อยู่” นายกรัฐมนตรี ไม่ได้มีการขยายความว่าเกี่ยวข้องกับการควบคุมเหตุวันพรุ่งนี้หรือไม่
“ยิ่งลักษณ์” ห่วงมือที่ 3 ป่วนหน้าศาล แนะฟังผลอยู่บ้าน
ส่วนความเคลื่อนไหวของ นางสาวยิ่งลักษณ์ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี ได้โพสต์เพจเฟซบุ๊กส่วนตัว ขอบคุณกำลังใจ พร้อมขอมวลชนให้ติดตามรับฟังผลพิพากษาอยู่ที่บ้าน เพราะเกรงว่าอาจมีมือที่ 3 สร้างสถานการณ์ให้เกิดความวุ่นวาย
และในเวลาต่อมา กลุ่ม นปช. ออกแถลงการณ์ ปฏิเสธไม่เกี่ยวข้องความเคลื่อนไหวนำมวลชนเข้ามาให้กำลังใจ นางสาวยิ่งลักษณ์ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี วันที่ 25 ส.ค.60 และมองว่าการเดินทางมาให้กำลังใจเป็นสิทธิของประชาชนที่สามารถทำได้ จึงไม่ควรเกิดภาพของการสกัดกั้น
หลังออกแถลงการณ์ ไม่นาน นายณัฐวุฒิ ใสยเกื้อ เลขาธิการ นปช. ออกมาตำหนิ การจัดทำโพลล์ของกรุงเทพโพลล์ที่สำรวจความคิดเห็นประชาชนเกี่ยวกับคดีจำนำข้าว ในลักษณะตั้งคำถามชี้นำผลของคดี ว่า นางสาวยิ่งลักษณ์ จะมีความผิดหรือไม่ โดยมองว่า เป็นการกระทำที่ไม่เหมาะสม อาจเข้าข่ายละเมิดอำนาจศาลได้