นายนรินทร์ สมนึก ทนายความ ของนายบุญทรง เตริยาภิรมย์ อดีตรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ ซึ่งถูกศาลฏีกาแผนกคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง พิพากษา จำคุก 42 ปี ในคดีทุจริตการระบายข้าวแบบรัฐต่อรัฐ หรือจีทูจี เปิดเผยถึงแนวทางการยื่นอุทธรณ์ว่า ในวันพรุ่งนี้ตนเตรียมที่จะเดินทางไปเข้าเยี่ยมนายบุญทรง ที่เรือนจำกลางคลองเปรม เพื่อพูดคุยหารือเกี่ยวกับการอุทธรณ์และต่อสู้ในทางคดีรวมถึงประเด็นอื่นๆ แต่ยังไม่ขอเปิดเผยในรายละเอียดต่างๆ เนื่องจากต้องพูดคุยกับนายบุญทรงก่อนว่าจะวางแนวทางอย่างไร
สำหรับสภาพความเป็นอยู่ภายในเรือนจำของนายบุญทรง ทางอธิบดีกรมราชทัณฑ์ นายกอบเกียรติ กสิวิวัฒน์ เปิดเผยว่า นายบุญทรง ถูกย้ายไปเรือนจำกลางคลองเปรมตั้งแต่เมื่อวันเสาร์ที่ผ่านมาเพราะคดีมีอัตราโทษสูง โดยทราบว่านายบุญทรงรับประทานอาหารได้ปกติ แต่ได้ร้องขอยาภูมิแพ้เนื่องจากป่วยเป็นโรคไซนัส ส่วนการควบคุมดูแลตนได้เน้นย้ำว่าจะต้องได้รับการปฏิบัติเช่นเดียวกับนักโทษคนอื่นๆและไม่มีสิทธิพิเศษใดๆ โดยทางกรมราชทัณฑ์ จะเปิดให้ญาติเยี่ยมได้ในวันจันทร์ที่ 28 สิงหาคมนี้ ตามเวลากำหนดเข้าเยี่ยมปกติของทางเรือนจำ
ส่วนคดีการอายัดเงินในบัญชีของ นางปอยใจระพี เตริยาภิรมย์ ภรรยาของนายบุญทรง โดยยื่นฟ้องกรมบังคับคดีหลังถูกอายัดเงินจำนวน 2 บัญชีนั้น ล่าสุดศาลอาญาคดีทุจริตและประพฤติมิชอบกลาง ได้นัดฟังคำสั่งในวันที่ 29 สิงหาคมนี้ เพื่อพิจารณาว่าจะรับคดีไว้ไต่สวนมูลฟ้องโจทก์หรือไม่ โดยวันดังกล่าว นางปอยใจระพี ภรรยาของนายบุญทรง ไม่จำเป็นต้องเดินทางไปศาลก็ได้ ซึ่งอาจมอบหมายให้ทีมทนายความรับผิดชอบดูแลแทน
ขณะที่ นางสาวรื่นวดี สุวรรณมงคล อธิบดีกรมบังคับคดี กล่าวว่า กรณีการอายัดทรัพย์สินนั้น กรมบังคับคดีปฏิบัติหน้าที่ไปตามที่โจทก์คือกรมการค้าต่างประเทศร้องขอให้อายัดทรัพย์ โดยที่ผ่านมากรมบังคับคดีและกรมการค้าต่างประเทศ ได้ชี้แจงข้อเท็จจริงต่อศาลไปทั้งหมดแล้ว หลังจากนี้คงต้องรอฟังคำสั่งของศาลว่าจะวินิจฉัยออกมาอย่างไร