วันนี้ (28 ส.ค. 60) ผู้สื่อข่าวรายงานว่า กรณีที่สื่อต่างประเทศรายงานว่า น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี เตรียมทำเรื่องขอลี้ภัยในสหราชอาณาจักร หลังถูกออกหมายจับและหลบหนีไม่มาฟังคำพิพากษาของศาลฎีกาแผนกคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง ในคดีทุจริตโครงการรับจำนำข้าว
นายปรเมศวร์ อินทรชุมนุม รองอธิบดีอัยการ สำนักงานชี้ขาดคดีอัยการสูงสุด ให้ความเห็นว่า กรณีดังกล่าวไม่น่าจะสามารถกระทำได้ เนื่องจากมองว่ายังไม่มีเหตุที่จะลี้ภัยในต่างประเทศโดยเฉพาะเรื่องการหลบหนีไม่มาฟังคำพิพากษาของศาล โดยการขอลี้ภัยของ น.ส.ยิ่งลักษณ์ แตกต่างกับกรณีของนายทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี ที่ถือโอกาสหลบหนีออกนอกประเทศเเละขอลี้ภัยในระหว่างที่กำลังมีปัญหาบ้านเมืองไม่ปกติจากเหตุการณ์รัฐประหาร ถึงเเม้จะมีการไต่สวนพยานในศาลไปบ้างเเล้วเเต่ก็ยังไม่จบกระบวนการจนศาลมีคำพิพากษาจำคุก เเต่กรณีของ น.ส.ยิ่งลักษณ์ จะแตกต่างกันเพราะผ่านเหตุการณ์รัฐประหารกว่า 3 ปีเเล้ว รวมทั้งก่อนหน้านี้ น.ส.ยิ่งลักษณ์ ก็เดินทางไปรายงานตัวต่อศาลมาโดยตลอดจนแถลงปิดคดีด้วยวาจา
นายปรเมศวร์ ยังอธิบายเพิ่มเติมว่า จะเห็นได้ว่ากรณีของ น.ส.ยิ่งลักษณ์ จะไม่เหมือนกับจำเลยรายอื่นๆ เช่นกรณีของ พลตำรวจตรีปวีณ พงศ์สิรินทร์ อดีตรองผู้บัญชาการตำรวจภูธรภาค 8 ในฐานะหัวหน้าพนักงานสอบสวนคดีค้ามนุษย์โรฮิงญา ที่ยื่นขอลี้ภัยทางการเมืองต่อรัฐบาลออสเตรเลีย เพราะถูกคุกคามจากผู้ที่เกี่ยวข้องในคดีนี้ เเต่กรณีของ น.ส.ยิ่งลักษณ์ ยังไม่รู้ว่าศาลจะมีคำพิพากษาเป็นอย่างไร
สำหรับการยื่นขอส่งผู้ร้ายข้ามแดนนั้น นายปรเมศวร์ กล่าวว่า ถึงแม้ว่า น.ส.ยิ่งลักษณ์ จะหลบหนีอยู่ในประเทศที่มีสนธิสัญญาส่งผู้ร้ายข้ามแดนก็ตาม แต่คาดว่าคงจะอยู่ไม่นานและเดินทางไปประเทศอื่นที่ไม่มีสนธิสัญญาทันที เช่นกรณีของนายทักษิณ ก็จะอยู่ในประเทศที่ไม่มีสนธิสัญญาส่งผู้ร้ายข้ามเเดนเป็นหลัก ส่วนเวลาจะเดินทางไปญี่ปุ่นหรืออังกฤษซึ่งเป็นประเทศที่มีสนธิสัญญา ก็จะเป็นลักษณะไปเเล้วกลับรวมทั้งคดีของ น.ส.ยิ่งลักษณ์ ศาลฎีกาก็ยังไม่ได้อ่านคำพิพากษาว่าจะถูกลงโทษจำคุกหรือไม่ จึงต้องรอให้ศาลอ่านคำพิพากษาเสร็จสิ้นก่อน ถ้าหากจำเลยมีโทษจำคุกถึงจะสามารถทำเรื่องขอส่งผู้ร้ายข้ามแดนต่อไป