นายวันชัย รุจนวงศ์ อธิบดีอัยการสำนักงานต่างประเทศ ในฐานะ โฆษกสำนักงานอัยการสูงสุด เปิดเผยว่า ในวันที่ 19 กุมภาพันธ์ นี้ ทางอัยการสูงสุด ได้นัดหมายให้ทางคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามทุจริตแห่งชาติ หรือ ป.ป.ช. นำตัวผู้ถูกกล่าวหาคือ นางสาวยิ่งลักษณ์ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี ในคดีปล่อยให้ทุจริต ในโครงการรับจำนำข้าว จนเกิดความเสียหายต่อประเทศ มายังสำนักงานอัยการสูงสุด เพื่อนำตัวไปส่งฟ้องต่อศาลฎีกา แผนกคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง
หลังจากที่อัยการสูงสุด มีมติสั่งให้ฟ้องในคดีดังกล่าวแล้ว ซึ่งในวันดังกล่าวตามขั้นตอน ทาง ป.ป.ช. ต้องนำตัวผู้ถูกกล่าวหามาให้อัยการสูงสุด แต่หากว่าทางผู้ถูกกล่าวหาไม่มา การดำเนินการต้องขึ้นอยู่กับคณะทำงานร่วมระหว่างอัยการสูงสุด กับ ป.ป.ช. จะมีคำสั่งออกเป็นอย่างหนึ่งอย่างใด
ทั้งนี้โฆษก อสส. กล่าวอีกว่า ไม่อาจทราบได้ว่า ทางคณะทำงานร่วมระหว่าง อัยการสูงสุด กับ ป.ป.ช. จะมีคำสั่งอย่างไร หากว่าผู้ถูกกล่าวหาไม่มาตามที่นัดหมาย และคาดว่าน่าจะมีมาตรการรองรับเอาไว้แล้ว เพียงแต่คงต้องให้มีเหตุการณ์เกิดขึ้นก่อน จึงจะมีการเปิดเผยอีกครั้ง หากว่า อดีตนายกฯ ไม่มาในวันที่ 19 ก.พ.
ทางด้านน.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี พร้อมกับลูกชาย ด.ช.ศุภเสกข์ อมรฉัตร หรือน้องไปป์ ซึ่งมาพักผ่อนอยู่ที่ จ.เชียงใหม่ ได้เดินทางออกจากที่พัก หมู่บ้านซัมมิตกรีนวัลเล่ อ.แม่ริม จ.เชียงใหม่ ได้เดินทางกลับกรุงเทพแล้วในช่วงบ่ายเมื่อวานที่ผ่านมา
ทางด้าน ป.ป.ช. ได้ส่งหนังสือให้กระทรวงการคลัง ดำเนินการตามมาตรา 73/1 วรรคท้ายแห่ง พ.ร.บ.ประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการป้องกันและปราบปรามการทุจริต พ.ศ.2542 เพื่อเรียกค่าเสียหายกับ น.ส.ยิ่งลักษณ์ และผู้เกี่ยวข้อง กรณีไม่ระงับยับยั้งความเสียหายโครงการรับจำนำข้าว หลังจากเรียกค่าเสียหายจากผู้เกี่ยวข้องกรณีการระบายข้าวแบบรัฐต่อรัฐ หรือ จีทูจี มีการคำนวณว่า มูลค่าความเสียหายทั้ง 2 คดี ที่ ป.ป.ช.ใช้เป็นฐานในการดำเนินคดีอาญา เป็นจำนวนเงินไม่ต่ำกว่า 6 แสนล้านบาท