นายณัฐวีร์ กล่อมพงษ์ นักกีฬาเทควันโดเหรียญทองแดงซีเกมส์ รุ่น 68 กก.ชาย เปิดใจผ่านรายการเป็นเรื่องเป็นข่าวหลังจากที่เกิดกระแสวิพากษ์วจารณ์ในโลกโซเชี่ยล ถึงกรณีการแข่งเทควันโดที่ไทยต้องเจอกับเจ้าภาพมาเลเซีย ซึ่งตามปกติแล้วก่อนลงสนามการแข่งขันจะต้องมีการให้นักกีฬาทั้ง 2 ฝ่าย เช็คอุปกรณ์ว่าสัญญาณเซ็นเซอร์ที่ชุดเกราะนั้นทำงานหรือไม่ แต่ในวันนั้นคู่ของนายณัฐวีร์ไม่ได้มีการเช็คอุปกรณ์ตามที่ปกติต้องทำ ซึ่งก็ไม่ทราบสาเหตุว่าทำไมถึงไม่ได้เช็คก่อนการแข่งขันจะเริ่ม ซึ่งตอนนั้นคิดว่าเตะหัวแล้วคะแนนไม่ขึ้นแน่นอน ก็เลยต้องเตะตัวอย่างเดียวแต่คะแนนก็ไม่ขึ้นอยู่ดี แต่พอเจ้าภาพเตะฝั่งไทยคะแนนกลับขึ้นง่ายมาก ยกแรกเตะโดนหัว 1 ที คะแนนไม่ขึ้น พอยก 2 เตะหัวไป 3 ที คะแนนก็ยังไม่ขึ้น เป็นเรื่องที่แปลกมากเพราะไม่เคยเจอลักษณะแบบนี้ เนื่องจากก่อนหน้านี้เคยเจอคู่ปรับคนนี้มาก่อนและก็สามารถเอาชนะได้
"ตอนนี้ก็ รู้สึกท้อที่ต้องมาเจอเรื่องแบบนี้ ผิดหวังเสียใจและอึดอัด กับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น แต่ก็ได้มีการเตรียมใจไว้ก่อนหน้านี้แล้วว่าอาจจะโดนโกงแต่ก็ไม่คิดว่าจะโดนมากขนาดนี้"
ด้านนางสาวพาณิภัค วงศ์พัฒนกิจ นักกีฬาเทควันโด เหรียญทองซีเกมส์ รุ่น 49 กก. หญิง กล่าวว่า ก่อนแข่งได้ดูคู่ของนายณัฐวีร์ที่โดนเจ้าภาพโกง ก็รู้สึกโกรธแทนเพื่อน เพราะกรรมการตัดคะแนนได้มั่วมาก ทำให้ตอนที่ตัวเองต้องแข่งกับเจ้าภาพมาเลเซียรู้สึกกังวลและตื่นเต้นมากเพราะวันที่แข่งฟิลิปินต์ก็โดนเจ้าภาพโกงเช่นกัน ทำให้ตอนแข่งขันจะต้องเล่นให้ชัดเจนที่สุด โดยทางโค้ชได้มีการกำชับก่อนแข่งว่าให้ระวังการเล่นที่เสี่ยงที่อาจจะถูกกรรมการตัดคะแนน ข้อสังเกตอีกอย่างคือกรรมการที่ตัดสินจะเป็นคนเดิมตลอดเมื่อเจอเจ้าภาพ ซึ่งเป็นเรื่องที่น่าแปลกเพราะปกติกรรมการจะต้องวนและผลัดเปลี่ยนในการทำหน้าที่ตัดสิน ทำให้ตอนแข่งรู้สึกว่าไม่ได้แข่งกับคู่ต่อสู้แต่รู้สึกแข่งกับกรรมการมากกว่า และผิดหวังกับการตัดสินของกรรม เจอแบบนี้กีฬาจะพัฒนาต่อไปได้อย่างไร