วันนี้ (5 ก.ย.60) แอมเนสตี้ อินเตอร์เนชั่นแนล ออกแถลงการณ์เรียกร้องให้ทางการเมียนมาร์หยุดปิดกั้นความช่วยเหลือจากต่างประเทศสู่รัฐยะไข่ หลังจากสถานการณ์ด้านมนุษยธรรมในรัฐยะไข่รุนแรงมากยิ่งขึ้น เนื่องจากกองทัพได้มีปฏิบัติการทางทหารครั้งใหญ่ นับแต่การโจมตีหน่วยปฏิบัติการความมั่นคงหลายสิบแห่งเมื่อวันที่ 25 ส.ค.ที่ผ่านมา ซึ่งมีการกล่าวอ้างว่าเป็นการโจมตีโดยกลุ่มติดอาวุธกองทัพปลดแอกชาวโรฮิงญาแห่งรัฐอาระกัน
ทีรานา ฮัสซัน ผู้อำนวยการแผนกรับมือภาวะวิกฤตแอมเนสตี้ อินเตอร์เนชั่นแนลเผยว่า สภาพการช่วยเหลือด้านมนุษยธรรมในรัฐยะไข่เป็นอยู่อย่างอยากลำบาก ไม่ควรมีเหตุผลมาอ้างเพื่อการปฏิเสธไม่ให้ประชาชนที่กำลังเดือดร้อนเข้าถึงความช่วยเหลือที่จำเป็นต่อชีวิตพวกเขาได้ การที่ทางการเมียนมาร์ปิดกั้นการเข้าถึงของหน่วยงานด้านมนุษยธรรม ส่งผลให้ชีวิตประชาชนหลายหมื่นคนเสี่ยงภัย และแสดงถึงความเพิกเฉยอย่างร้ายแรงต่อชีวิตมนุษย์ และขอให้รัฐบาลเปลี่ยนแผนการโดยทันที และอนุญาตให้หน่วยงานด้านมนุษยธรรมสามารถเข้าถึงพื้นที่ส่วนต่าง ๆ ของรัฐได้อย่างเต็มที่และปราศจากการแทรกแซง เพื่อช่วยเหลือประชาชน
พร้อมกันนี้ในแถลงการณ์ยังรถบุด้วยว่า รัฐบาลทำให้สถานการณ์เลวร้ายลงด้วยการกล่าวหาว่าเจ้าหน้าที่ด้านมนุษยธรรมระหว่างประเทศ ให้ความสนับสนุนกลุ่มติดอาวุธชาวโรฮิงญา หลังกล่าวหาว่า ได้พบเสบียงอาหารที่มีฉลากขององค์กรพัฒนาเอกชนระหว่างประเทศติดอยู่ ในค่ายของกลุ่มติดอาวุธเหล่านี้ ทางตอนเหนือของรัฐยะไข่
ภาพ : Reuters