เมื่อวันที่ (9 ก.ย. 60) ผู้สื่อข่าวรายงานว่า การ์ดแต่งงานใบนี้ เป็นภาพของนางสาวจริยาภรณ์ บัวใหญ่ หรือ น้ำมนต์ ซึ่งจัดงานแต่งงานกับ นายประสาร เทียมแย้ม เมื่อ 1 พฤศจิกายน 2558 กลายเป็นหลักฐานสำคัญในคดีทันที เพราะในการ์ดใบนี้ “น้ำมนต์” ไม่ได้ใช้ชื่อของเธอเอง แต่ไปใช้ชื่อของ ลูกพี่ลูกน้อง ที่ชื่อ นางสาวสร้อยเพ็ชร พาลีวัลย์ โดยในงานแต่งงาน มี พ่อ และ แม่ ของ น้ำมนต์ มาร่วมงานด้วย แต่มาด้วยชื่อปลอมเช่นเดียวกัน
หลักฐานนี้ จะกลายเป็นหนึ่งในอีกหลายชิ้น ที่บ่งบอกว่า “น้ำมนต์” มีเจตนาหลอกลวงชายหนุ่ม มาแต่งานด้วย ต่างจากคำให้การ ที่เธออ้างว่า ไม่มีเจตนาหลอกลวง และได้ทรัพย์สินจากฝ่ายชายมาโดยเสน่หา
พล.ต.ต.สุทิน ทรัพย์พ่วง ผู้บังคับการปราบปราม ระบุว่า การ์ดใบนี้ อาจนำไปใช้เอาผิดน้ำมนต์ ในฐานความผิดฉ้อโกงเป็นปกติธุระ เพราะเห็นได้ว่า มีเจตนาหลอกลวงตั้งแต่ต้น และทำเหมือนเดิมหลายครั้ง เพราะผู้เสียหายอีก 4 คน ก็ถูกนางจริยาภรณ์สวมชื่อผู้อื่นมาแต่งงานเช่นเดียวกัน ตำรวจจึงเร่งรวบรวมพยานหลักฐาน ส่งให้สำนักงานป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน พิจารณาเข้าฐานความผิดนี้หรือไม่ เพราะหากเข้าฐานความผิดนี้ สามารถตามยึดทรัพย์ได้ โดยจะรวมไปถึงเงินสินสอดที่เธอได้ไปก่อนหน้านี้ด้วย พร้อมมีโทษ จำคุก 3 ปี ต่อ 1 ข้อหา
ทั้งนี้ ข้อมูลจาก ป.ป.ง. ว่าหากสืบเส้นทางการเงินและทราบนางจริยาภรณ์ โอนเงินไปให้บุคคลที่ 3 และแปรสภาพเงินเป็นทรัพย์สินก็จะถูกดำเนินคดีฐานฟอกเงินอีกคดี ซึ่งป.ป.ง.จะเป็นผู้ร้องทุกข์กล่าวโทษด้วยตัวเอง