“เฮอร์ริเคน” กับเสียงต่อรองขอความช่วยเหลือจากประเทศหมู่เกาะ

โดย PPTV Online

เผยแพร่

ความเสียหายจากพายุเฮอร์ริเคนเออร์มาในหมู่เกาะแคริบเบียน อาจกลายเป็นเหตุผลสำคัญที่ประเทศหมู่เกาะใช้เป็นข้อเรียกร้องต่อประเทศร่ำรวยในการให้ความช่วยเหลือต่อผลกระทบที่เกิดจากการเปลี่ยนแปลงของสภาพอากาศโลก

ความเสียหายจากพายุเฮอริเคนเออร์มา ที่ถล่มชุมชนตามเกาะเล็กเกาะน้อยแถบทะเลแคร์ริเบียนจนพังพินาศเกือบทั้งเกาะ กำลังจะเป็นหลักฐานใหม่ที่เหล่าประเทศที่เป็นเกาะเล็กเกาะน้อยนำไปเรียกร้องให้ประเทศที่มีอุตสาหกรรมพลังงานขนาดใหญ่ เพิ่มเงินช่วยเหลือฉุกเฉินโดยต่อหายนะที่เกิดจากปรากฏการณ์สภาพอากาศโลกเปลี่ยนแปลง

โดยคาดว่าเวทีการประชุมของสหประชาชาติว่าด้วยการเปลี่ยนแปลสภาพอากาศโลกที่เมืองบรอน ประเทศเยอรมนี ในเดือนพฤศจิกายนนี้ ประชาคมโลกคงต้องถกเถียงกันต่อว่าปรากฏการณ์สภาพอากาศโลกเปลี่ยนแปลง เป็นเรื่องจริงและเป็นภัยหรือไม่

ก่อนหน้านี้ผู้นำสหรัฐฯ ได้ออกมาแสดงท่าทีไม่เชื่อทฤษฎีโลกร้อนจนประกาศถอนตัวออกจากข้อตกลงปารีส แต่กระนั้นแล้วแม้แต่ประเทศที่ร่ำรวยก็ไม่ยอมตอบรับข้อเรียกร้องของประเทศที่ยากจนกว่า ที่ขอให้ชาติที่ร่ำรวยช่วยจ่ายค่าเสียหายเพิ่มขึ้นไปอีก

เจ้าหน้าที่รัฐของเกาะเซเชลส์ มัลดีฟส์ และฟิจิ ตื่นตัวขึ้นมากต่อความเสี่ยงที่เกาะตัวเองเผชิญอยู่ หลังจากเห็นพลังทำลายล้างที่รุนแรงกว่าพายุลูกก่อนๆ ของทั้งเฮอร์ริเคนฮาร์วี่และเออร์ม่า และประเทศที่ปล่อยก๊าซคาร์บอนในระดับที่สูงควรแสดงความรับผิดชอบ

แม้ว่านักวิทยาศาสตร์จะออกมาเตือนครั้งแล้วครั้งเล่าถึงผลกระทบของการที่ภูมิอากาศโลกเปลี่ยนแปลงจะนำมาซึ่งภัยธรรมชาติที่รุนแรง เห็นได้จากปริมาณน้ำฝนที่ทำให้รัฐเท็กซัส ซึ่งเป็นรัฐที่มีขนาดใหญ่ที่สุดของประเทศต้องเผชิญภาวะน้ำท่วมกว่า 1 ใน 3 ของรัฐ แต่นักการเมืองก็กล่าวหาว่านักวิชาการเหล่านี้พยายามนำภัยธรรมชาติมาอ้างเป็นวาระทางการเมือง และต้องไม่ลืมว่า เหล่าประเทศเกาะเล็กเกาะน้อย ก็ได้พยายามไปแล้วก่อนหน้านี้หลายครั้ง จนทำให้เวทีการประชุมเรื่องโลกร้อนถูกเปรียบเทียบว่าเป็นสังเวียนของประเทศที่ร่ำรวยและประเทศที่ยากจน

แม้ว่าจะตกลงเรื่องโครงสร้างกลไกการช่วยเหลือค่าเสียหายได้สำเร็จเมื่อสองปีที่แล้ว แต่กลุ่มประเทศที่ร่ำรวยก็ย่ำในจุดยืนว่า กลไกการช่วยเหลือ ที่วางเอาไว้ ไม่สามารถนำมาใช้เป็นการอ้างหน้าที่ความรับผิดชอบได้ และยิ่งปล่อยไว้นาน ความเสียหายจากภัยธรรมชาติที่รุนแรงขึ้นก็จะยิ่งทวีคูณขึ้น

มูลนิธิ เฮนริก บอลล์ ของเยอรมนี คาดว่าภายในปี 2030 จะมีผู้คนได้รับผลกระทบจากสภาพอากาศโลกที่เปลี่ยนแปลงเพิ่มขึ้นอีกมาก จากการเสียพื้นที่ทำกินจากระดับน้ำทะเลที่สูงขึ้น และความเปลี่ยนแปลงด้านสภาพอากาศอย่างสุดโต่งจนทำให้บางพื้นที่กลายเป็นทะเลทราย พร้อมคำนวนว่ามูลค่าความเสียหายต่อปีจะไม่ต่ำกว่า 3 แสนล้านเหรียนสหรัฐฯ ขณะที่ประชาคมโลกตกลงวงเงินช่วยเหลือไว้เพียงแค่ 1 แสนล้านเหรียญต่อปีภายในปี 2020

อย่างไรก็ตามพายุเฮอร์ริเคนฮาร์วีย์และเออร์มา ทำให้สหรัฐฯ ต้องสั่งอพยพประชาชนสูงเป็นประวัติการณ์ขณะที่ความเสียหายก็มีแนวโน้มว่าจะสูงจนทำลายสถิติเหมือนกัน แต่การที่จะโน้มน้าวให้ผู้นำอย่าง ประธานาธิบดี โดนัลด์ ทรัมป์ เปลี่ยนใจต่อทฤษฎีโลกร้อนได้นั้นก็ยังคงเป็นเรื่องยากอยู่ดี

ตอนนี้สหรัฐฯเอง ก็ตกเป็นผู้เสียหายจากภัยธรรมชาติ และต้องใช้เงินฟื้นฟูความเสียหายจำนวนมหาศาล ซึ่งก็ยิ่งทำให้การที่สหรัฐฯ จะหันกลับไปนำงบประมาณของประเทศตัวเองช่วยเหลือประเทศที่ยากจน ยิ่งห่างไกลความจริงออกไปทุกที



Reuters

วิดีโอยอดนิยม

ข่าวเด่นในรอบสัปดาห์

ขณะนี้ มีรายการกำลังถ่ายทอดสด คุณสนใจหรือไม่?

สารพัดมิตร

สารพัดมิตร

PPTVHD36

เพิ่ม PPTVHD36
ลงในหน้าจอหลักของคุณ