วันนี้ (24 ก.ย.60) นายนรวิชญ์ ล่าแหล่ง ทนายความของนางสาวยิ่งลักษณ์ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี ยืนยันว่า ยังไม่ได้รับการติดต่อกลับจากนางสาวยิ่งลักษณ์ ดังนั้นการเข้าฟังคำพิพากษาในวันที่ 27 กันยายนนี้ จึงไม่ได้เตรียมการอะไรเป็นพิเศษ แต่ในฐานะทนายความจะเดินทางไปฟังคำพิพากษา เพื่อดูว่าคำพิพากษาจะออกมาในแนวทางใด ขณะที่ความเคลื่อนไหวภายในพรรคเพื่อไทย แหล่งข่าวระบุว่า แกนนำพรรคและสมาชิกต่างติดภารกิจส่วนตัว จึงคาดว่าจะไม่มีใครเดินทางไปฟังคำพิพากษา
ประชุมนัดแรก ยังไม่เรียก “รองผู้การ” พา “ยิ่งลักษณ์” หนี สอบปากคำ
ส่วนการสอบสวนข้อเท็จจริงกรณีที่พันตำรวจเอกชัยฤทธิ์ อนุฤทธิ์ รองผู้บังคับการตำรวจนครบาล 5 ขับรถพานางสาวยิ่งลักษณ์หลบหนี ในวันพรุ่งนี้ที่กองบังคับการตำรวจนครบาล 5 จะจัดประชุมคณะกรรมการสืบสวนข้อเท็จจริง เพื่อตรวจสอบข้อมูลที่ได้จากทีมงานพลตรวจเอกศรีวราห์ รังสิพราหมณกุล รองผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ ยังไม่เรียกพันตำรวจเอกชัยฤทธิ์มาสอบสวนในการประชุมนัดแรก เบื้องต้นพันตำรวจเอกชัยฤทธิ์ยอมรับว่าขับรถพานางสาวยิ่งลักษณ์ ไปส่งที่อ.อรัญประเทศ จ.สระแก้ว ก่อนมีชายคนหนึ่งขับรถกระบะสี่ประตู สีทึบ ไม่ทราบแผ่นป้ายทะเบียน มารับตัวไป
เปิดเส้นทางพา “ยิ่งลักษณ์” หนีไปสระแก้ว
หากไล่เรียงเส้นทางการหลบหนีตามคำให้การของพันตำรวจชัยฤทธิ์ จะพบว่า รถคันแรกที่นางสาวยิ่งลักษณ์ นั่งออกจากบ้านซอยโยธินพัฒนา 3 คือ รถยนต์เมอร์เซเดส-เบนซ์ สีดำ เมื่อนำไปเปรียบเทียบกับภาพวงจรปิดหน้าบ้านนางสาวยิ่งลักษณ์ ก็พบว่ามีรถเบนซ์ สีดำขับออกจากบ้านในช่วงเย็นตรงกับคำให้การ และรถเบนซ์คันนี้ ถูกขับต่อไปที่ห้างสรรพสินค้าโลตัส ย่านวัชรพล จุดนัดพบพันตำรวจเอกชัยฤทธิ์ ก่อนที่รถทั้ง2 คันจะมุ่งหน้าไปที่หมู่บ้านชัยพฤกษ์ วัชรพล และรถเบนซ์สีดำถูกเปลี่ยนเป็นรถโตโยต้า คัมรี สีบรอนซ์-เทา มีซันรูฟ ภายในมีนางสาวยิ่งลักษณ์ และเลขานุการส่วนตัวนั่งอยู่
หลังพันตำรวจเอกชัยฤทธิ์นำรถของตัวเองไปจอดไว้ที่บ้านในหมู่บ้านเดียวกันแล้ว ก็ขับรถโตโยต้า คัมรี พานางสาวยิ่งลักษณ์มุ่งหน้าสระแก้ว โดยใช้เส้นทาง ถนนรามอินทรา มุ่งหน้ามีนบุรี ไปที่ถนนสุวินทวงศ์ ผ่านจังหวัดฉะเชิงเทรา ผ่านตำบลเขาหินซ้อน อำเภอพนมสารคาม เลี้ยวขวามุ่งหน้าอรัญประเทศ จังหวัดสระแก้ว ก่อนสับเปลี่ยนรถคันที่ 3 ที่ถนนสุวรรณศร ห่างสถานีรถไฟอรัญประเทศ 1 กิโลเมตร เมื่อเวลาประมาณ 22.00 น.วันที่ 23 สิงหาคม