วันนี้ (27 ก.ย.60) นายประเมศวร์ อินทรชุมนุม รองอธิบดีอัยการ สำนักงานชี้ขาดคดีอัยการสูงสุด เปิดเผยผ่านรายการ เป็นเรื่องเป็นข่าว ว่า หากนำคดีโครงการรับจำนำข้าว เปรียบเทียบกับคดีเครื่องจีที 200 นั้น ในตอนแรกที่สั่งซื้อ ผู้ซื้อไม่ทราบมาก่อนว่าเครื่องจีที 200 ใช้งานไม่ได้ จนกระทั่งมีการตรวจพิสูจน์ และมีการระงับการซื้อทันที จึงถือว่าไม่เป็นความผิดสำเร็จ ซึ่งต่างกับคดีโครงการรับจำนำข้าวของ น.ส.ยิ่งลักษณ์ ที่ทราบอยู่ก่อนแล้วว่ามีการทุจริตในสัญญาขายข้าวแบบรัฐต่อรัฐ หรือ จีทูจี แต่กลับไม่ใช้อำนาจสั่งระงับยับยั้ง และยังให้ดำเนินการต่อ หากในขณะนั้นน.ส.ยิ่งลักษณ์ สั่งระงับยับยั้ง ก็จะไม่มีคำพิพากษาออกมาในลักษณะนี้
ด้าน ผศ.ดร.ธนพันธ์ ไล่ประกอบทรัพย์ อาจารย์ภาควิชาการปกครอง คณะรัฐศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ระบุว่า มีนักรัฐศาสตร์หลายรายเสนอให้ พรรคเพื่อไทยควรจะต้องก้าวข้ามการเป็นพรรคที่เป็นลักษณะครอบครัว เพื่อที่จะให้พรรคยั่งยืนต่อไป เพราะไม่ได้เป็นพรรคสำหรับครอบครัวใดครอบครัวหนึ่ง ถ้ากลุ่มผู้นำของพรรคดันทุลังตั้งพี่น้องหรือคนสนิทขึ้นมาอีก ก็อาจจะทำให้พรรคดำเนินการต่อไปไม่ไหว และประชาชนบางรายอาจจะไม่ยอมรับพรรคการเมืองลักษณะดังกล่าว