เมื่อวานนี้ (8 ต.ค.60) นายวงศ์สกุล กิตติพรหมวงศ์ อธิบดีอัยการสำนักงานคดีพิเศษ เปิดเผยถึงกรณีที่อัยการสูงสุด เตรียมรื้อฟื้นคดี นายทักษิณ ชินวัตร ที่อยู่ระหว่างถูกจำหน่ายคดีไว้ชั่วคราว เนื่องจากไม่มีตัวจำเลยในศาลฎีกาเเผนกคดีอาญาของผู้ดำรงตำเเหน่งทางการเมือง โดยเบื้องต้นทางอัยการสำนักงานคดีพิเศษ เตรียมการศึกษาในข้อเท็จจริง เเละเสนอตั้งคณะทำงานขึ้นมาเพื่อพิจารณาสำนวนคดีทั้งหมด ซึ่งคดีของนายทักษิณก็เป็นเรื่องเดิมที่มีข้อมูลอยู่แล้ว เราจึงต้องนำเอาข้อมูลและข้อกฎหมายมาศึกษาใหม่ทั้งหมดตามขั้นตอน หลังจากนั้นก็จะรวบรวมสำนวนส่งอัยการสูงสุดพิจารณาต่อไป
ขณะที่นายสมชาย แสวงการ อดีตโฆษกกรรมาธิการวิสามัญพิจารณาร่าง พ.ร.บ.ประกอบรัฐธรรมนูญ ว่าด้วยการพิจารณาคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง ระบุว่า การใช้อำนาจตามกฎหมายดังกล่าวไม่ใช่การรื้อฟื้นคดี แต่เป็นการบังคับคดีที่ถูกแช่แข็งให้เดินหน้าต่อไปได้ เนื่องจากก่อนหน้านี้จำเลยหลบหนีจึงไม่สามารถเอาผิดได้ เพื่อให้กระบวนการในชั้นศาลสามารถดำเนินการต่อไปได้
โดยคดีของนายทักษิณที่ถูกแช่แข็งมีอยู่ 4 คดี ประกอบด้วย คดีทุจริตปล่อยกู้ธนาคารเพื่อการส่งออกและนำเข้าแห่งประเทศไทย (เอ็กซิมแบงก์) วงเงิน 4,000 ล้านบาท คดีทุจริตโครงการออกสลากพิเศษเลขท้าย 2 และ 3 ตัว (หวยบนดิน) คดีทุจริตแปลงสัมปทานมือถือ-ดาวเทียม เป็นภาษีสรรพสามิต และ คดีการทุจริตกรณีปล่อยกู้ธนาคารกรุงไทย