วันนี้ ( 9 ต.ค.60 ) พล.ต.ต.ภาณุรัตน์ หลักบุญ รองผบช.น. ในฐานะประธานคณะกรรมการสืบสวนข้อเท็จจริง กรณีพ.ต.อ.ชัยฤทธิ์ อนุฤทธิ์ รองผู้บังคับการตำรวจนครบาล 5 ถูกกล่าวหาว่าเป็นผู้ขับรถคัมรี ไปส่งนางสาวยิ่งลักษณ์ ชินวัตร ที่อ.อรัญประเทศ จ.สระแก้ว ระบุว่า เอาผิดทางอาญากับพ.ต.อ.ชัยฤทธิ์ ไม่ได้ เพราะผลดีเอ็นเอไม่ตรงกัน จึงเอาผิดตามมาตรา 157 และ 123/1 ไม่ได้ แต่ที่ประชุมมีมติเอกฉันท์เอาผิดทางวินัยร้ายแรง ตามพ.ร.บ.ตำรวจแห่งชาติ ม.78(1) ประกอบ ม.79(6) โดยจะส่งความเห็นให้ผู้บังคับบัญชา เพื่อพิจารณาตั้งคณะการสอบสวนทางวินัยต่อไป
พล.ต.ต.ธวัชชัย เมฆประเสริฐสุข ผู้บังคับการกองพิสูจน์หลักฐานทางกลาง กล่าวถึงความคืบหน้าในการดำเนินคดีกับตำรวจที่พานางสาวยิ่งลักษณ์ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี หลบหนี หลังเจ้าหน้าที่เข้าเก็บพยานหลักฐานที่บ้านของสาวยิ่งลักษณ์ ย่านโยธินพัฒนา 17 รายการ ซึ่งส่วนใหญ่เป็นข้าวของเครื่องใช้ของนางสาวยิ่งลักษณ์ เพื่อนำมายืนยันว่า พ.ต.อ.ชัยฤทธิ์ อนุฤทธิ์ รองผู้บังคับการตำรวจนครบาล5 พานางสาวยิ่งลักษณ์ หลบหนี
พล.ต.ต.ธวัชชัย ระบุว่า ยังไม่สามารถรู้ได้ว่าข้าวของเครื่องใช้ที่ได้มานั้นเป็นของนางสาวยิ่งลักษณ์ จริงหรือไม่ โดยเฉพาะหวีผม เพราะไม่สามารถรู้ได้ว่าใครเป็นคนใช้ หรือนำไปใช้ให้ใคร ส่วนใหญ่จะตรวจกับเยื่อบุกระพุ้งแก้ม ทำให้ผลดีเอ็นเอที่ได้จากการตรวจสอบซ้ำถึง 3 ครั้ง ไม่เข้ากันกับดีเอ็นเอที่ตรวจพบในรถคัมรีที่ตำรวจอายัดได้ โดยจะส่งผลตรวจอย่างเป็นทางการไปให้ พล.ต.อ.ศรีวราห์ รังสิพราหมณกุล รองผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ ภายหลัง
ทั้งนี้ นางสาวยิ่งลักษณ์ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี ขอเลื่อนไม่มาศาล เมื่อวันที่ 25 ส.ค.60 อ้างน้ำในหูไม่เท่ากัน ซึ่งศาลไม่เชื่อและออกหมายจับ พร้อมเลื่อนนัดอ่านคำพิพากษาคดีไม่ระงับยับยั้งโครงการรับจำนำข้าว ของนางสาวยิ่งลักษณ์ เป็นวันที่ 27 ก.ย.นี้ เวลา 09.00 น. แต่ในระหว่าง 1 เดือนนี้ นางสาวยิ่งลักษณ์ต้องมาพิสูจน์อาการป่วยต่อศาล (อ่านข่าว : “ยิ่งลักษณ์” ขอเลื่อนมาศาลอ้างน้ำในหูไม่เท่ากัน –ศาลออกหมายจับ )
ระหว่าง 1 เดือนที่นางสาวยิ่งลักษณ์ หายเงียบไปไม่ปรากฏตัวว่าอยู่ที่ไหน ในทางการสอบสวนและติดตามตัวของเจ้าหน้าที่พบข้อมูลสำคัญหลายอย่าง หนึ่งในนั้นคือ การพบรถโตโยต้า คัมรี สีเทา-เงิน รถต้องสงสัยพานางสาวยิ่งลักษณ์ ชินวัตร หนีออกจากบ้านพักก่อนที่จะไม่ไปฟังคำพิพากษาศาลฏีกาแผนกคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง (อ่านข่าว : ไขปริศนา “คัมรี” สีเทา-เงิน รถต้องสงสัยพา “ยิ่งลักษณ์” หนี )
และนำมาสู่การสอบปากคำตำรวจ 3 นาย ซึ่งพลตำรวจเอกศรีวราห์ รังสิพรหามณกุล รองผู้บังคับบัญชาการตำรวจแห่งชาติ เปิดเผยว่า ตำรวจทั้งหมดยอมรับว่าเกี่ยวข้องกับการพานางสาวยิ่งลักษณ์ หลบหนี ยอมรับว่ามีส่วนเชื่อมโยงกับรถยนต์โตโยต้า คัมรี สีบรอนซ์-เทา ที่ล่าสุดพนักงานสอบสวน สน.ปทุมวัน อายัดไว้ดำเนินดคีอาญา แต่ตำรวจไม่สามารถควบคุมตัวทั้งหมดไว้ได้ เพราะยังไม่เข้าข่ายความผิดทางอาญา เพราะขณะเกิดเหตุนางสาวยิ่งลักษณ์ยังไม่มีหมายจับจากศาล การอารักขาหรือช่วยเหลือการเดินทาง จึงถือไม่เป็นความผิด (อ่านข่าว : “ศรีวราห์”เผย ข้อกฎหมายคุมตัวตร.พา “ยิ่งลักษณ์”หนีไม่ได้ )
จากนั้น พล.ต.อ.ศรีวราห์ รังสิพราหมณกุล รองผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ นำหมายศาลค้นบ้าน “ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร” ผู้ต้องหาในคดีปล่อยปละละเลย ละเว้นการปฏิบัติหน้าที่ให้เกิดการทุจริตโครงการรับจำนำข้าว เพื่อตรวจนำดีเอ็นเอไปเทียบกับดีเอ็นเอผู้หญิงที่พบบนรถคัมรีที่ พ.ต.อ.ชัยฤทธิ์ อนุฤทธิ์ รองผู้บังคับการตำรวจนครบาล 5 ซึ่งยอมรับว่าขับพาน.ส.ยิ่งลักษณ์หลบหนี (อ่านข่าว : ตร.เตรียมค้นบ้าน “ยิ่งลักษณ์” เทียบดีเอ็นเอบนรถคัมรี คาด 2-3 วันรู้ผล )
กระทั่งวันนี้ พล.ต.อ.ศรีวราห์ กล่าวถึงความคืบหน้าในการดำเนินคดีกับผู้เกี่ยวข้องนำพา น.ส.ยิ่งลักษณ์ หลบหนีว่า ล่าสุดได้รับรายงานอย่างไม่เป็นทางการจากกองพิสูจน์หลักฐานกลาง สำนักงานพิสูจน์หลักฐานตำรวจ (สพฐ.ตร.) ถึงผลการตรวจเปรียบเทียบดีเอ็นเอในรถยนต์เก๋ง ยี่ห้อโตโยต้า รุ่นคัมรี สีบรอนซ์ ทะเบียน ฌข 5323 กรุงเทพมหานคร ที่ พ.ต.อ.ชัยฤทธิ์ อนุฤทธิ์ รองผู้บังคับการตำรวจนครบาล 5 (รอง ผบก.น.5) ช่วยราชการ ศปก.น.5 ให้การว่า ใช้เป็นพาหนะพา น.ส.ยิ่งลักษณ์ และเลขาส่วนตัวหลบหนีจาก กทม.ไปยัง จ.สระแก้ว เทียบกับตัวอย่างดีเอ็นเอของ น.ส.ยิ่งลักษณ์ ที่เก็บได้จากของใช้ส่วนตัวแล้วพบว่า ไม่สามารถยืนยันผลดีเอ็นเอได้ เพราะดีเอ็นเอที่พบในรถยนต์คัมรีนั้นมีดีเอ็นเอปนเปื้อนจำนวนมาก จนไม่สามารถเทียบเคียงกับตัวอย่างดีเอ็นเอของ น.ส.ยิ่งลักษณ์ได้ (อ่านข่าว : ผลดีเอ็นเอจากบ้าน “ยิ่งลักษณ์” ไม่ตรงกันกับดีเอ็นเอในรถคัมรี )