ศาลปกครองสูงสุดพิพากษาไม่เพิกถอนคำวินิจฉัย “บ.แอ๊บบอตฯ” ไม่ขึ้นทะเบียนยาต้านเอดส์

โดย PPTV Online

เผยแพร่

ศาลปกครองสูงสุด ยืนตามศาลปกครองกลาง กรณีบ.แอ๊บบอตฯ ไม่ขึ้นทะเบียนยาต้านเอดส์ ชอบด้วยกฎหมาย ด้านกลุ่มไม่เห็นด้วยพ้อกฎหมายเปิดช่องธุรกิจขนาดใหญ่ผูกขาด

วันนี้ (12 ต.ค.60) ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ศาลปกครองสูงสุดพิพากษาคดีที่มูลนิธิเพื่อผู้บริโภค มูลนิธิเข้าถึงเอดส์ และเครือข่ายผู้ติดเชื้อเอชไอวี เป็นโจทก์ฟ้อง กระทรวงพาณิชย์ เป็นจำเลยร่วมกับพวกรวม 4 ราย เรื่องการวินิจฉัยว่า บริษัท แอ๊บบอต ลาบอแรตอรีส (ประเทศไทย) ไม่ได้ทำผิดพ.ร.บ.การแข่งขันทางการค้า พ.ศ.2542 อาจไม่ถูกต้อง และให้กรมการค้าลงโทษปรับบริษัทแอ๊บบอต ที่ถอนทะเบียนยา เพราะเป็นการทำผิด พ.ร.บ.แข่งขันทางการค้า ซึ่งศาลพิพากษายืนตามศาลปกครองกลาง ไม่เพิกถอนคำวินิจฉัย และปรับบริษัทแอ๊บบอต เพราะบริษัทแอ๊บบอต ไม่ได้ทำผิดพ.ร.บ.การแข่งขันทางการค้าและไม่ถือเป็นผู้อำนาจเหนือตลาด ตามมาตรา 25 (3) และ มาตรา28 และคำวินิจฉัยที่ออกมาชอบด้วยกฎหมาย เนื่องจากเกณฑ์ผู้มีอำนาจธุรกิจเหนือตลาดระบุว่า ต้องเป็นธุรกิจหรือบริการที่ขายสินค้าได้ 1 พันล้านบาทต่อปี หรือถือครองตลาดเกินร้อยละ50 ในทุกสินค้าและบริการ ซึ่งบริษัทแอ๊บบอตไม่เข้าเกณฑ์ ส่วนกรณีที่ระบุว่าเป็นการจำกัดสิทธิในการซื้อยาของคนไทยที่ต้องการซื้อยาที่ต่างประเทศ ที่ผ่านมาไทยนำเข้ายาชนิดเดียวกันจากประเทศอินเดีย จึงไม่ถือเป็นการจำกัดสิทธิประชาชน  โดยศาลใช้เวลาอ่านคำพิพากษาไม่ถึง 15 นาที

 

ขณะที่ นางสาวกรรณิการ์  กิจติเวชกุล ตัวแทนกลุ่มคนรักหลักประกันสุขภาพ บอกว่า ประชาชนที่ต้องการเห็นการแข่งขันทางการค้า ไม่ให้ธุรกิจขนาดใหญ่ผูกขาดมีอำนาจ อาจไม่สามารถทำได้ เพราะตั้งแต่มีพ.ร.บ.นี้ ไม่มีอะไรดีขึ้น หน่วยงานที่กำกับดูแลไม่สามารถแก้ปัญหาการผูกขาดได้ การใช้เกณฑ์ขายสินค้าได้ 1 พันล้านบาทขึ้นไป หรือถือครองตลาดเกินร้อยละ50 ในทุกสินค้าบริการ ใช้ไม่ได้กับยา เพราะถ้ามียาเพียงชนิดเดียวที่ใช้รักษาผู้ป่วย คุณก็ถือเป็นผู้มีอำนาจเหนือตลาด และสุดท้ายไม่ว่าจะแก้ พ.ร.บ.กี่ครั้ง แต่ถ้าคณะกรรมการแข่งขันทางการค้ามีโลกทัศน์แบบเดิมๆ ก็ไม่สามารถแก้ไขปัญหาได้

 

ด้าน นางสาวสารี  อ๋องสมหวัง เลขาธิการมูลนิธิเพื่อผู้บริโภค บอกว่า การที่บริษัทแอ๊บบอตถอนทะเบียนยา ส่งผลต่อการจำหน่าย ขั้นตอนการขึ้นทะเบียนยาเป็นขั้นตอนสำคัญก่อนยาออกตลาด จึงมองว่าน่าจะขัดต่อกฎหมายพ.ร.บ.การแข่งขันทางการค้า พ.ศ.2542 แต่เมื่อผลคำตัดสินออกมาเครือข่ายก็ยอมรับกับคำตัดสิน และรู้สึกผิดหวัง เพราะจะส่งผลต่อธุรกิจยาที่มีรายเดียวในประเทศไทย

สำหรับ กรณีนี้เกิดขึ้นเมื่อช่วงปี 2550 บริษัทแอ๊บบอต ถอนทะเบียนยา 10 รายการ 1 ในนั้นมียาต้านไวรัสที่มีส่วนผสมของโลพินาเวียร์ ริโทนาเวียร์ ที่ใช้รักษาผู้ติดเชื้อเอชไอวี ทำให้การถอนทะเบียนยา ส่งผลต่อผู้ป่วยจำนวนมากในขณะนั้น เพราะบริษัท แอ๊บบอตเป็นบริษัทเดียวที่มีตัวยาชนิดนี้ จึงถือเป็นผู้มีอำนาจเหนือตลาด หลายฝ่ายมองว่าเป็นการผูกขาดตลาด โดยก่อนการถอนทะเบียนยาไทยประกาศใช้สิทธิเหนือสิทธิบัตร เพื่อนำเข้ายาประเภทดังกล่าวจากประเทศอินเดีย

วิดีโอยอดนิยม

ข่าวเด่นในรอบสัปดาห์

PPTVHD36

เพิ่ม PPTVHD36
ลงในหน้าจอหลักของคุณ