เมื่อวันที่ (18 ต.ค. 60) ผู้สื่อข่าวรายงานว่า นายอาบุล วาชิม บิน ฮุนเซ็น อาลิ (Abul Washim bin Hussein Ali) ชาวโรฮิงญา ซึ่งอยู่ในความดูแลของ สำนักงานข้าหลวงใหญ่ผู้ลี้ภัยแห่งสหประชาชาติ หรือ UNHCR ซึ่งปัจจุบันนายอาลิ ได้อาศัยอยู่ในประเทศมาเลเซีย หลังจากหลบหนีออกจากเมียนมาร์ ได้ย้อนกลับมายังนครศรีธรรมราช โดยได้ให้ทนายชาวไทย ได้ยื่นคำร้องต่อศาลปากพนัง เพื่อขอให้ศาลมีคำสั่งปล่อยตัวนางไซดา เบกอม ภรรยา และบุตรสาวคือ ด.ญ.ริซวานา ที่ปัจจุบันได้อาศัยอยู่ในบ้านศรีสุราษฎร์ อยู่ในความดูแลของกระทรวงพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ เนื่องจากทั้งนางเบกอม และ ด.ญ.ริซวานา ตกเป็นเหยื่อในขบวนการค้ามนุษย์ที่ถูกควบคุมตัวไว้ได้ในจังหวัดนครศรีธรรมราช เมื่อวันที่ 11 มกราคม 2558
โดยนายอาลิ ได้ชี้ตัวภรรยาและลูกจากเทปบันทึกภาพเหตุการณ์เมื่อปี 2558 ซึ่งภรรยาและลูกได้ถูกคุมตัวไว้พร้อมด้วยชาวโรฮิงญาจากหลายหมู่บ้านที่มาในขบวนการค้ามนุษย์คราวนั้น รวมทั้งยืนยันว่าทางสำนักงานกาชาด และเจ้าหน้าที่ได้ดูแลประสานงานจนได้ติดต่อกับภรรยาและลูกได้แล้วแต่ยังต้องอยู่ในความดูแล เนื่องจากทั้งภรรยาและลูกของนายอาลิยังคงต้องอยู่ในความดูแลจนกว่ากระบวนการทางกฎหมายที่เกี่ยวข้องจะแล้วเสร็จเนื่องจากเป็นเหยื่อในขบวนการค้ามนุษย์ เช่นเดียวกับชาวโรฮิงญารายอื่นอีกกว่า 90 คนที่ถูกคุมตัวไว้ได้พร้อมกัน ขณะนายอาลิ กำลังรอคอยความหวังว่าทางการไทยจะสามารถปล่อยตัวภรรยาและลูกให้ไปอาศัยยังมาเลเซียกับตนเองก่อนที่จะเดินทางต่อไปยังประเทศสหรัฐอเมริกาตามการประสานงานลี้ภัยของ UNHCR
นายอาลิได้เปิดเผยผ่านล่ามว่า อยากให้ทางการไทยเร่งพิจารณาคัดกรองชาวโรฮิงญา ที่อยู่ในความดูแลของทางการไทย แยกผู้ที่มีญาติ สามี หรือครอบครัวที่อาศัย ลี้ภัยอยู่ในต่างประเทศแล้วสามารถเดินทางต่อหรือเปิดโอกาสให้สามี พ่อแม่ หรือครอบครัว มารับตัวหรือให้เดินทางไปยังจุดหมายได้เพื่อจะได้พบกับครอบครัวอีกครั้ง