วันนี้ (20 ต.ค.60) ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เข้าสู่วันที่ 4 ของการช่วยเหลือช้างป่าที่ถูกพบว่าลอยคอติดอยู่ในคลองชมพู อ.เนินมะปราง จ.พิษณุโลก หลังจากทีมช่วยเหลือและชาวบ้านได้ช่วยกันดึงช้างขึ้นมาบนแนวคันดิน ก่อนจะสัตวแพทย์จะดูแลเบื้องต้นจนมีการเคลื่อนย้ายมาขึ้นรถบรรทุกที่เตรียมไว้ ก่อนออกเดินทางจากอ.เนินมะปราง จ.พิษณุโลก ตั้งแต่เมื่อช่วงหัวค่ำที่ผ่านมา เพื่อมารักษาตัวต่อที่สถาบันคชบาลแห่งชาติองค์การอุตสาหกรรมป่าไม้ อ.ห้างฉัตร.ลำปาง โดยใช้เวลาเดินทางประมาณ 9 ชั่วโมง ท่ามกลางการดูแลของสัตว์แพทย์อย่างใกล้ชิด
ล่าสุดเมื่อเวลาประมาณ 11.00 น. ทีมสัตวแพทย์และทีมช่วยเหลือได้นำช้างป่าตัวนี้ลงจากรถบรรทุกด้วยวิธีการเดียวกับตอนที่นำช้างขึ้นรถ คือใช้รถแบคโฮ 2 คัน เพื่อให้ลงจากรถก่อนนำช้างป่าตัวนี้มาพักไว้ที่เสาค้ำยัน ทีมสัตวแพทย์อธิบายว่า การใช้เสาไม้ค้ำยันหลายต้นนั้นเพื่อให้ร่างกายของช้างสีดอตัวนี้อยู่ในท่าทางที่เป็นธรรมชาติของช้างป่า รวมทั้งเป็นการลดอาการบาดเจ็บจากการใช้เชือกมาพยุงลำตัวเองไว้ และในพื้นที่บริเวณเดียวกันก็มีทรายกองอยู่เพื่อพยุงน้ำหนักและลดแรงกดทับที่อาจจะเกิดขึ้นบริเวณลำตัวของช้างตัวนี้ด้วย และบนทรายก็มีกองฟางวางอยู่อีกชั้นหนึ่ง
หลังจากที่รถบรรทุกช้างมาถึงสถาบันคชบาลแห่งชาติองค์การอุตสาหกรรมป่าไม้ ตั้งแต่เมื่อช่วงเช้ามืดที่ผ่านมาทีมสัตวแพทย์และทีมช่วยเหลือมีการวางแผนประคองช้างตัวนี้ลงมาอยู่บริเวณเสาค้ำยัน ซึ่งทุกขั้นตอนอยู่ในการดูแลของสัตว์แพทย์ ควาญช้าง ผู้เชี่ยวชาญ โดยการช่วยเหลือยังคงเป็นไปความระมัดระวัง และทีมสัตว์แพทย์ก็ยังคงให้ยาซึมอยู่ตลอด ซึ่งสัตวแพทย์ที่ดูแลช้างตัวนี้มาตลอด บอกว่า ตลอดทางที่เดินทางอยู่ในอาการที่สงบ ไม่มีอะไรที่น่ากังวล ตอนนี้ก็อยู่ในมือของทีมสัตวแพทย์ ควาญช้างที่มีความเชี่ยวชาญแล้ว มีแต่เพียงอาการบาดเจ็บที่ขาทั้งสองข้างที่น่าเป็นห่วง และตอนนี้ขาช้างสองข้างด้านหน้าก็เริ่มมีอาการอ่อนแรงแล้วเช่นกัน หลังจากนี้ก็ขึ้นอยู่กับตัวช้างป่าตัวนี้แล้ว