ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ผลการเลือกตั้งทั่วไปของญี่ปุ่นเมื่อวานนี้ ค่อนข้างเป็นที่แน่ชัดแล้วว่า พรรคเสรีประชาธิปไตย หรือ LDP ของนายกรัฐมนตรีชินโซ อาเบะ และพรรคร่วมรัฐบาล น่าจะคว้าชัยชนะไปได้แบบขาดลอย โดยผลการเลือกตั้งอย่างไม่เป็นทางการระบุว่า พรรค LDP ของนายอาเบะและพรรคร่วมรัฐบาล คว้าที่นั่งในสภาผู้แทนราษฎรได้ประมาณ 313 ที่นั่ง จากทั้งหมด 465 ที่นั่ง ซึ่งถือว่ามากพอที่จะครองเสียงข้างมากถึง 2 ใน 3 ของสภา ขณะที่พรรคฝ่ายค้านได้ไปทั้งสิ้น 130 ที่นั่ง
ทั้งนี้ หลังทราบผลคะแนนเบื้องต้น นายอาเบะออกมาเปิดโต๊ะแถลงข่าวในกรุงโตเกียว โดยบอกว่าชัยชนะในการเลือกตั้งครั้งนี้ สะท้อนให้เห็นว่าคนญี่ปุ่นยังเชื่อมั่นในตัวเขา ซึ่งเขาขอให้คำมั่นว่าจะสานต่อนโยบายด้านเศรษฐกิจและความมั่นคง ไม่ว่าจะเป็นเรื่องสังคมผู้สูงอายุ และภัยคุกคามจากเกาหลีเหนือ ที่ต้องจัดการอย่างจริงจัง โดยใช้วิธีทางการทูตที่เข้มแข็ง
ส่วนประเด็นเกาหลีเหนือ ผู้นำญี่ปุ่นบอกว่าได้พูดคุยทางโทรศัพท์กับประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ของสหรัฐฯ วันนี้ โดยตกลงที่จะใช้เวลาช่วงที่ผู้นำสหรัฐฯ เดินทางเยือนญี่ปุ่นช่วงต้นเดือนหน้า หารือสถานการณ์และร่วมมือกันอย่างใกล้ชิด
ขณะที่ วิกฤตการลดลงของจำนวนประชากรและสังคมผู้สูงอายุ นายอาเบะระบุว่า เป็นความท้าทายที่สำคัญที่สุดต่อนโยบายเศรษฐกิจของเขา ที่มีเป้าหมายฟื้นฟูเศรษฐกิจของประเทศจากภาวะเงินฝืด อาเบะให้คำมั่นว่าจะเสนอมาตรการแก้ปัญหาครบวงจรภายในสิ้นปีนี้ ซึ่งรวมถึงการลงทุนด้านการศึกษา การพัฒนาผลิตภาพของแรงงาน และการปฏิรูประบบบำนาญ
สำหรับการครองเสียงข้างมากเด็ดขาดถึง 2 ใน 3 ของสภา จะช่วยเอื้อต่อแผนการของนายอาเบะที่ต้องการผลักดันให้แก้ไขมาตรา 9 ในรัฐธรรมนูญฉบับปัจจุบัน ให้ได้ภายในปี 2020 เพื่อฟื้นฟูสถานะกองทัพและการทหารของประเทศให้เป็นปกติดังในอดีต นั่นหมายความว่า กองกำลังป้องกันตนเองของญี่ปุ่น จะสามารถไปร่วมรบช่วยพันธมิตรในต่างประเทศได้เป็นครั้งแรก
ฝั่งนางยูริโกะ โคอิเกะ ผู้ว่าการกรุงโตเกียว และหัวหน้าพรรคความหวัง ได้กล่าวขอโทษต่อความพ่ายแพ้ของพรรค ผ่านการให้สัมภาษณ์กับสถานีโทรทัศน์ญี่ปุ่นเมื่อคืนวานนี้ โดยเธอยอมรับว่าคำพูดและการกระทำหลายอย่างของเธออาจทำให้หลายคนไม่สบายใจ และนโยบายของพรรคเองก็อาจจะยังมีปัญหา
ทั้งนี้ นางโคอิเกะ จะเสร็จสิ้นภารกิจการประชุมนานาชาติเกี่ยวกับสิ่งแวดล้อม ที่กรุงปารีส และจะกลับมาร่วมการประชุมพรรคในวันพุธนี้ ซึ่งคาดว่าเธอจะตัดสินใจเกี่ยวกับตำแหน่งผู้นำพรรคในวันนั้นหรือหลังจากนั้น
ชัยชนะครั้งนี้ของนายอาเบะ นอกจากจะสะท้อนให้เห็นว่าชาวญี่ปุ่นส่วนใหญ่ยังสนับสนุนผู้นำคนปัจจุบัน ยังแสดงให้เห็นถึงการขาดตัวเลือกที่น่าสนใจ ในส่วนของพรรคคู่แข่ง
อย่างไรก็ตาม จำนวนผู้มาใช้สิทธิ์ครั้งนี้มีเพียง 54 เปอร์เซ็นต์ ซึ่งถือว่าต่ำที่สุดเป็นอันดับสองนับตั้งแต่หลังสงครามโลกครั้งที่ 2
AFP