ผู้สื่อข่าวรายงานว่า หลังจากหารือกันมา 1 สัปดาห์เต็ม การประชุมสมัชชาใหญ่พรรคคอมมิวนิสต์ ก็สิ้นสุดลงในวันนี้ โดยมีการเลือกตั้งคณะผู้บริหารท้องถิ่นและระดับชาติใหม่ แต่สิ่งที่ถูกจับตามองมากที่สุดคือ การยกย่องแนวคิดของประธานาธิบดี”สี จิ้นผิง” เข้าไปใส่ไว้ในรัฐธรรมนูญฉบับแก้ไข ทำให้เขากลายเป็นบุคคลที่ทรงอิทธิพลที่สุดในประเทศ และถ้าใครกล้าโต้แย้ง เท่ากับเป็นการท้าทายกฏเหล็กของพรรคคอมมิวนิสต์นั่นเอง ซึ่งโทษก็คือการประหารชีวิต
นอกจากจะมีอำนาจมากที่สุดแล้ว ในทางปฏิบัติ สี จิ้นผิงก็จะสามารถอยู่ในตำแหน่งประธานาธิบดี นานที่สุดเท่าที่ตัวเองต้องการ
สิ่งที่ทำให้ประธานาธิบดีสีกุมอำนาจมากที่สุดก็คือ การบรรจุแนวคิดของเขาไว้ในรัฐธรรมนูญฉบับแก้ไข ซึ่งที่ผ่านมา มีแนวคิดของผู้นำหลายคน ถูกบรรจุไว้ในรัฐธรรมนูญ แต่ไม่เคยมีใครได้รับการบันทึกชื่อกำกับลงไป ยกเว้น เหมา เจ๋อตุง ประธานผู้ก่อตั้งพรรคคอมมิวนิสต์ ส่วนอีกคนก็คือนาย”เติ้ง เสี่ยวผิง” ที่ได้รับการบันทึกชื่อไว้บนรัฐธรรมนูญ หลังจากถึงแก่อสัญกรรมไปแล้ว
การถูกบันทึกชื่อไว้ในรัฐธรรมนูญหมายความว่า เป็นกฏที่สมาชิกพรรคคอมมิวนิสต์ทุกคน จะต้องปฏิบัติตามเท่านั้นโดยไม่มีข้อสงสัยโต้แย้ง
สำหรับแนวคิดของอดีตผู้นำประเทศและประธานาธิบดี ทั้ง 3 คนก็จะแตกต่างกันออกไป อย่างสมัยประธานเหมา ก็มีแนวคิดคือ การรวมประเทศที่แตกแยกหลังการฏิวัติประชาชน แนวคิดของเติ้ง “เสี่ยวผิง”คือ นำพาประเทศสู่ความมั่งคั่งร่ำรวย และล่าสุดแนวคิดของสี จิ้นผิง คือ ความเป็นระเบียบเรียบร้อยในประเทศ และความแข็งแกร่งเป็นหนึ่งบนเวทีโลก
สำหรับความเป็นระเบียบเรียบร้อยในประเทศคือ รัฐบาลจะมีอำนาจเหนือชีวิตประชาชนมากขึ้น โดยเฉพาะการเข้มงวดเรื่องการใช้อินเทอร์เน็ต ส่วนตวามแข็งแกร่งบนเวทีโลกคือ จีนจะต้องเป็นมหาอำนาจของโลกเพียงหนึ่งเดียว
AFP