แม้ว่าปีนี้น้ำเหนือจะไม่ได้มากเหมือนปี 2554 แต่น้ำที่ถูกระบายเพิ่มจากเขื่อนเจ้าพระยา มาเจอกับภาะวะน้ำทะเลหนุนสูงก็ทำให้ พื้นที่จังหวัดนนทบุรี ปทุมธานี รวมถึงกรุงเทพมหานครบางจุด ได้รับผลกระทบจากน้ำที่เอ่อเข้าท่วมบ้านเรือนริมน้ำไปด้วย
วันนี้เขื่อนเจ้าพระยายังคงอัตราการระบายน้ำอยู่ที่ไม่เกิน 2,700 ลูกบาศก์เมตรต่อวินาทีตามที่กรมชลประทานกำหนดไว้ และคาดว่าจะระบายในอัตรานี้ต่อไปอีก 1 สัปดาห์ เพราะว่าน้ำเหนือที่ไหลผ่านตัวเมืองจังหวัดนครสวรรค์ ยังมีปริมาณมากถึง 3019 ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที
ขณะที่วันนี้ มวลน้ำสูงสุดที่ออกจากเขื่อนเจ้าพระยา ไหลมาถึงจังหวัดพระนครศรีอยุธยามา และมาอยู่ที่รอยต่อจังหวัดปทุมธานี ทำให้ระดับน้ำที่จังหวัดพระนครศรีอยุธยาวันนี้เพิ่มขึ้นอีกอย่างน้อย 10 เซนติเมตร และยังเพิ่มขึ้นต่อเนื่อง แม้ระดับน้ำขณะนี้จะขึ้นยังไม่เพิ่มสูงถึงระดับที่จังหวัดคาดการณ์ไว้ คือ 15-20 เซนติเมตรจากระดับน้ำท่วมเดิม แต่จังหวัดก็กังวล เพราะน้ำบางจุด เช่น อ.เสนา ผักไห่ บางบาล เริ่มไหลท่วมเส้นทางคมนาคม จนเจ้าหน้าที่ต้องเร่งทำคันดินกั้นน้ำตามถนนสายต่างๆ
จังหวัดพระนครศรีอยุธยา เป็นหนึ่งจุดที่มีน้ำท่วมขังอยู่นานแล้ว และระดับน้ำก็ยังเพิ่มสูงขึ้น ทำให้ประชาชนบางส่วนตั้งข้อสังเกตว่า เหตุใดกรมชลประทานไม่ผันน้ำลงทุ่งที่เพิ่งเก็บเกี่ยวเสร็จอย่าง ทุ่งปากกราน ที่อยู่รอยต่อระกว่างบางไทร กับบางบาลเพิ่ม เพราะคิดว่าน่าจะช่วยลดผลกระทบที่พวกเขาเผชิญได้บ้าง เรื่องนี้กรมชลประทานชี้แจงว่า การผันน้ำลงทุ่งใหม่ต้องเข้าไปทำความเข้าใจกับพื้นที่ก่อน ขณะเดียวกันก็เชื่อว่าการเร่งระบายน้ำในเส้นทางหลักคือแม่น้ำเจ้าพระยาออกสู่ทะเลโดยตรงเป็นทางออกที่ดีที่สุดตอนนี้
น่าสนใจว่าช่วงนี้กรมอุทกศาสตร์ ยังประกาศเตือนว่า จนถึงสิ้นเดือนนี้ ยังมีภาวะน้ำทะเลหนุนสูง วันละ 2 เวลา คือเช้าและค่ำ ขณะที่แม่น้ำเจ้าพระยาซึ่งมีปริมาณน้ำมาก ก็อาจทำให้ระดับน้ำขึ้นสูงมากกว่าปกติได้ นั่นหมายความว่าพื้นที่ริมฝั่งแม่น้ำเจ้าพระยา ตั้งแต่ปทุมธานี นนทบุรี และ กรุงเทพมหานครบางจุด จะได้รับผลกระทบ
สำหรับจังหวัดนนทบุรี สำนักงานป้องกันและบรรเทาสาธารณะภัยจังหวัดบอกว่า พื้นที่ที่จะได้รับผลกระทบจะอยู่ใน อ.เมือง ปากเกร็ด และบางกรวย บางส่วน ซึ่งส่วนใหญ่จะเป็นพื้นที่ลุ่มติดริมแม่น้ำเจ้าพระยา ซึ่งคาดว่าระดับน้ำจะขึ้นมาเฉลี่ยอยู่ที่ 15 เซนติเมตร โดยจุดที่จังหวัดระวังเป็นพิเศษคือ ต.ท่าอิฐ เพราะจุดนี้ไม่มีคันกั้นน้ำ
ส่วนพื้นที่จังหวัดปทุมธานีที่จะได้รับผลกระทบ ส่วนใหญ่อยู่ในเขต อ.เมือง และอ.สามโคก ซึ่งบางจุดระดับน้ำขึ้นสูงกว่าตลิ่ง 80-90 เซนติเมตร แต่ก็จะขึ้นเฉพาะช่วงที่น้ำหนุนเพียงวันละ 2-3 ชั่วโมงเท่านั้น
ส่วนพื้นที่กรุงเทพมหานคร สำนักการระบายน้ำให้ข้อมูลว่า ต้องเฝ้าระวังทุกจุดที่อยู่ติดริมแม่น้ำเจ้าพระยา นอกคันกันน้ำ แต่ยืนยันว่าจะไม่กระทบถึงพื้นที่ชั้นใน
ในภาวะน้ำทะเลหนุนสูงแบบนี้ กรมชลประทานก็ยอมรับว่าการระบายน้ำจะทำได้ช้าลง แต่ได้แก้ปัญหาด้วยการติดตั้งเครื่องผลักดันน้ำไว้ตามจุดต่างๆมากกว่า 100 เครื่อง ทั้งแม่น้ำท่าจีน แม่น้ำเจ้าพระยา และทางคลองระพีพัฒน์ที่อยู่ด้านตะวันออก