จับตาพายุดีเปรสชั่น เตรียมพัดเข้าภาคใต้สัปดาห์นี้

โดย PPTV Online

เผยแพร่

สถานการณ์ฝนฟ้าที่เราต้องจับตามองในระยะนี้ คือพื้นที่ภาคใต้ เพราะจากแบบจำลองสภาพอากาศตรวจพบหย่อมความกดอากาศที่อาจจะพัฒนาเป็นพายุและเคลื่อนเข้ามาในภาคใต้ของไทย ขณะที่สถานการณ์น้ำเหนือก็ต้องจับตามองเช่นกัน หลังเขื่อนเจ้าพระยาปรับลดอัตราการระบายน้ำลง

วันนี้ (31 ต.ค.60) กรมอุตุนิยมวิทยา ได้ออกมาประกาศเตือนอย่างเป็นทางการแล้วว่า หย่อมความกดอากาศกำลังแรง ที่ก่อตัวอยู่ในทะเลจีนใต้ ได้ทวีความรุนแรงขึ้นเป็นพายุดีเปรสชั่นแล้ว ขอให้ประชาชนเตรียมรับมือ หย่อมความกดอากาศกำลังแรงบริเวณทะเลจีนใต้ กลายเป็นดีเปรสชั่นไปแล้ว ตั้งแต่ช่วงเย็นเมื่อวานนี้ เป็นเหตุให้กรมอุตุนิยมวิทยาต้องออกมาประกาศเตือน เพราะทิศทางการเคลื่อนตัวของพายุลูกนี้ มีแนวโน้มสูงว่าจะเคลื่อนตัวผ่านแหลมยวน และเข้ามาปกคลุมพื้นที่ภาคใต้ของประเทศไทย บริเวณอ่าวไทย และอันดาวมัน อย่างช้าๆ ในช่วงประมาณวันที่1- 3 พฤศจิกายนนี้ ลักษณะเช่นนี้ก็จะทำให้พื้นที่ดังกล่าวมีฝนตกหนัก ถึงหนักมาก และเสี่ยงที่จะได้รับอันตรายจากน้ำป่าไหลหลากและน้ำท่วมฉับพลัน

กรมอุตุนิยมวิทยา บอกว่า พื้นที่ซึ่งต้องเฝ้าระวังเป็นพิเศษ คืออ.พะโต๊ะ จ.ชุมพร และพื้นที่เขาหลวง จ.นครศรีธรรมราช เพราะเคยเกิดอุทกภัย น้ำป่าไหลหลาก ดินโคลนถล่มบ่อยครั้ง ที่สำคัญ มีแนวโน้มสูงว่าพายุลูกนี้ อาจจะเคลื่อนผ่านพื้นที่จุดนี้พอดี

สำหรับ อ.รามัน จ.ยะลา เป็นหนึ่งจุดที่มักจะเกิดน้ำท่วมบ่อครั้ง เพราะมีพื้นที่ถึง 6 ตำบลที่อยู่ติดกับแม่น้ำสายบุรี ล่าสุด นายอำเภอ ได้สั่งการให้ท้องถิ่น และทุกฝ่ายที่เกี่ยวข้อง เตรียมซ้อมแผนช่วยเหลือ พร้อมทั้งเตรียมคนและบุคลกร ให้พร้อมรับมือกับสถานการณ์ฉฉุกเฉิน

ขณะที่ทางสำนักงานเจ้าท่าสาขาสุราษฏร์ธานี  ก็ได้ออกประกาศเตือน ขอให้ประชาชนระมัดระวังการเดินเรือ เพราะคาดว่าจากอิทธิพลของพายุลูกนี้ อาจจะทำให้มีคลื่นสูง 2-3 เมตร ดังนั้นควรต้องปฏิบัติตามข้อบังคับเกี่ยวกับการเดินเดินอย่างปลอดภัย ซึ่งเรือเล็กควรงดออกจากฝั่ง

สถานการณ์น้ำพื้นที่ภาคกลาง วันนี้ปริมาณน้ำที่ไหลผ่านตัวเมืองจังหวัดนครสวรรค์ลดลง เหลือเพียง 2,800 ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที ขณะที่เขื่อนเจ้าพระยา ก็ปรับลดอัตราการระบายน้ำตั้งแต่เมื่อวานอีก 50 ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที ฉะนั้น หลังจากนี้ กรมชลประทานมั่นในว่า สถานการณ์น้ำเหนือจะเริ่มดีขึ้นเรื่อยๆ

ส่วนพื้นที่ภาคอีสาน หลังจากที่เขื่อนอุบลรัตน์ปรับลดอัตราการระบายน้ำลง เหลือ 38 ล้านลูกบาศก์เมตร ก็ทำให้พื้นที่ท้ายเขื่อนระดับน้ำลดลงเล็กน้อย ซึ่งกรมชล คาดว่า สถานการณ์น้ำในลำน้ำพอง จะเข้าสู่ภาวะปกติกลางเดือนพฤศจิกายนนี้ ส่วนลำน้ำชี จะเข้าสู่ภาวะปกติ ต้นเดือนธันวาคม

ดังนั้นหลังจากนี้ พื้นที่ที่เราจะต้องจับตาเป็นพิเศษ  ก็คือพื้นที่ภาคใต้ หากว่า พายุดีเปรสชั่นที่ทะเลจีนใต้จะเคลื่อนตัวเข้ามาที่ภาคใต้ บริเวณที่กรมอุตุคาดการณ์ไว้จริง ขณะนี้ประชาชนในพื้นที่ยังมีเวลาเตรียมตัวอีกประมาณ 3 วัน

วิดีโอยอดนิยม

ข่าวเด่นในรอบสัปดาห์

PPTVHD36

เพิ่ม PPTVHD36
ลงในหน้าจอหลักของคุณ