นายณัฐพร จาตุศรีทักษ์ ที่ปรึกษารัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า ที่ประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) มีมติเห็นชอบกระทรวงการคลังให้เพิ่มจำนวนเกษตรกรเป้าหมายของโครงการพักชำระหนี้ต้นเงินและลดดอกเบี้ยให้เกษตรกรผู้ประสบอุทกภัยในพื้นที่ภาคใต้ และจังหวัดประจวบคีรีขันธ์ ปี 2559/60 เพิ่มเติม จากเดิมจำนวน 2.12 แสนราย เป็น 2.6 แสนราย และเพิ่มงบประมาณในการดำเนินโครงการจำนวน 859 ล้านบาท
ทั้งนี้ เนื่องจากจำนวนเกษตรกรที่ประสงค์จะเข้าร่วมโครงการพักชำระหนี้ ทั้งส่วนของเกษตรกรที่ไม่เป็นหนี้ไม่ก่อให้เกิดรายได้ หรือเอ็นพีแอล และที่ไม่เป็นเอ็นพีแอล มีจำนวนมากกว่าเดิม ซึ่งในขณะนั้นยังไม่ได้สำรวจความเสียหายของเกษตรกรอย่างทั่วถึงและครบถ้วน รวมทั้งสถานการณ์อุทกภัยที่เกิดขึ้นส่งผลกระทบต่อเกษตรกรในวงกว้าง จึงทำให้เกษตรกรที่ได้รับผลกระทบและมีคุณสมบัติตรงตามเงื่อนไข แสดงความประสงค์เข้าร่วมโครงการมีจำนวนมากขึ้น
นายณัฐพร กล่าวว่า จากเดิมผู้ประสบภัยที่ไม่เป็นเอ็นพีแอลมีจำนวน 2.12 แสนราย เป็น 2.6 แสนราย หรือเพิ่มขึ้น 4.7 หมื่นราย และที่เป็นเอ็นพีแอล จากเดิม 8,150 ราย เป็น 1.39 หมื่นราย หรือเพิ่มขึ้น 4,801 ราย โดยงบประมาณที่รัฐบาลชดเชยอัตราดอกเบี้ยให้แก่ธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร(ธ.ก.ส.) แทนเกษตรกรที่ไม่เป็นเอ็นพีแอลในอัตรา 5% ต่อปี รวมระยะเวลา 2 ปี รวม 859 ล้านบาท และภาระงบประมาณ ธ.ก.ส.รับภาระดอกเบี้ยแทนเกษตรกร โดยเป็นเอ็นพีแอล ธ.ก.ส.รับภาระดอกเบี้ยทั้งหมด และไม่เป็นเอ็นพีแอล ธ.ก.ส.ชดเชยดอกเบี้ย 2% ต่อปี รวมทั้งสิ้น 2,225 ล้านบาท
อย่างไรก็ตาม ครม.ให้กระทรวงการคลัง โดยธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร(ธ.ก.ส.) ประสานกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ กระทรวงมหาดไทย และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเพื่อดำเนินการเกี่ยวกับการคัดกรองผู้เข้าร่วมโครงการพักชำระหนี้ต้นเงินและลดดอกเบี้ยให้เกษตรกรผู้ประสบอุทกภัยในพื้นที่ภาคใต้ และจังหวัดประจวบคีรีขันธ์ปี 2559/60 อย่างเคร่งครัด