วันนี้ (6 พ.ย.60) ผู้สื่อข่าวรายงานว่า การหยุดวิ่งกะทันหัน เพื่อจับมือประชาชน และรับเงินบริจาค รวมไปถึงการถ่ายเซลฟี่ในลักษณะนั่งและก้มเงย ท่าทางเหล่านี้ ล้วนเป็นปัจจัยสำคัญที่ นายสุรศักดิ์ กาญจนเลิศชัย นักกายภาพบำบัด ระบุว่า ส่งผลต่อกล้ามเนื้อ และอาจทำให้เกิดอาการบาดเจ็บ โดยเฉพาะบริเวณหลังและขา
หลักสำคัญของการวิ่งมาราธอน ผู้วิ่งต้องมีสมาธิจดจ่อกับการวิ่ง ลำตัวตรง พุ่งไปข้างหน้า เพื่อจัดระเบียบร่างกายให้สมดุลกันทุกส่วน ไม่ให้กล้ามเนื้อส่วนใดส่วนหนึ่งทำงานหนัก โดยเฉพาะกรณีของ “ตูน บอดี้สแลม” ซึ่งวิ่งระยะทางไกลและนานกว่าปกติ จึงมีความเสี่ยงจะได้รับบาดเจ็บมากกว่าคนทั่วไป
แม้หลังเกิดอาการบาดเจ็บ แพทย์ประจำโครงการก้าวคนละก้าว จะขอความร่วมมือประชาชนที่มารอให้กำลังใจ “ตูน บอดี้สแลม” งดให้ตูนจับโทรศัพท์มือถือขึ้นถ่ายเซลฟี่ขณะวิ่ง เพราะทำให้เกิดอาการปวดหลัง และอาจทำให้การวิ่งไม่ได้ระยะทางตามเป้าหมายในแต่ละวัน แต่บรรยากาศการรอต้อนรับ และร่วมถ่ายภาพเช่นนี้ก็ยังคงมีให้เห็น
นักกายภาพบำบัด ระบุว่า ประชาชนตามเส้นทางผ่านควรทำความเข้าใจกับวิ่งของตูน บอดี้สแลม ที่ต้องใช้ร่างกายทุกส่วนอย่างหนัก จึงขอให้ประชาชนร่วมมือรอถ่ายภาพร่วมกับตูนตามจุดพักคอย เพื่อสนับสนุนให้การวิ่งครั้งนี้สำเร็จตรงตามเป้าหมาย
อ่านข่าว : ปชช.ให้ความร่วมมือ เซลฟี่ “ตูน บอดี้สแลม” จุดที่พัก