สำนักข่าวซีเอ็นบีซี ของสหรัฐฯ รายงานอ้างแหล่งข่าวไม่เปิดเผยชื่อที่ใกล้ชิดกับเรื่องนี้ว่า บริษัทผลิตรายการโทรทัศน์และภาพยนตร์ยักษ์ใหญ่อย่าง ทเวนตี้-เฟิร์สต์ เซ็นจูรี ฟ็อกซ์ (21st Century Fox) ของมหาเศรษฐีรูเพิร์ต เมอร์ด็อค ได้มีการพูดคุยกับวอลท์ดิสนีย์ เกี่ยวกับการขายธุรกิจส่วนใหญ่ในช่วงสองสามสัปดาห์ที่ผ่านมา
กระแสข่าวดังกล่าวทำให้หุ้นของฟ็อกซ์ปรับตัวเพิ่มขึ้น 7.1 เปอร์เซ็นต์ ขณะที่หุ้นของดิสนีย์ปรับตัวเพิ่มขึ้น 1.7 เปอร์เซ็นต์ แม้ว่าในตอนนี้ ทั้งสองบริษัทจะยังไม่ได้พูดคุยกันต่อ แต่ก็สะท้อนให้เห็นถึงแนวคิดของผู้บริหารฟ็อกซ์ว่า บริษัทไม่สามารถเติบโตได้ตามที่ต้องการเพื่อแข่งขันกับแอมะซอน เน็ตฟลิกซ์ และบริษัทสื่อบันเทิงรายใหญ่อื่นๆ สำหรับดิสนีย์ การซื้อฟ็อกซ์ อาจทำให้บริษัทมีรายการเพิ่มขึ้นที่จะดึงดูดผู้ชมที่เปลี่ยนมารับชมผ่านอุปกรณ์ดิจิทัล และแข่งขันกับบริษัทเทคโนโลยีที่หันเข้ามารุกตลาดสื่อเพื่อความบันเทิงกันมากขึ้น
ทั้งนี้ กฎหมายสหรัฐฯ ไม่อนุญาตให้เป็นเจ้าของเครือข่ายกระจายเสียงเกิน 2 แห่ง ซึ่งปัจจุบัน ดิสนีย์เป็นเจ้าของช่องอีเอสพีเอ็น (ESPN) และเอบีซี (ABC) อยู่แล้ว โดยดิสนีย์อาจจะเจรจาซื้อธุรกิจของฟ็อกซ์ส่วนอื่นๆ นอกเหนือจากช่องข่าวและกีฬา เช่น สตูดิโอผลิตรายการโทรทัศน์และภาพยนตร์ ช่องเคเบิ้ลอย่าง เอฟเอ็กซ์ (FX) และเนชันนัลจิโอกราฟฟิก (National Geographic) รวมถึงช่องต่างประเทศอย่าง สตาร์ (Star) และ สกาย (Sky) เป็นต้น
ขอบคุณภาพจาก Reuters