สำนักข่าวต่างประเทศรายงานว่า เมื่อช่วงเช้าที่ผ่านมา ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ของสหรัฐฯ และประธานาธิบดีสี จิ้นผิง ของจีน ได้เข้าหารือระดับทวิภาวีระหว่างกัน โดยประเด็นสำคัญของการหารือกันในวันนี้ คือ วิกฤตคาบสมุทรเกาหลี ซึ่งทรัมป์จะต้องพยายามโน้มน้าวให้จีน กดดันเกาหลีเหนือมากขึ้น ด้วยการตัดความสัมพันธ์ด้านการเงินและคว่ำบาตรอย่างจริงจัง เพื่อให้รัฐบาลเปียงยางยอมยุติโครงการอาวุธนิวเคลียร์และขีปนาวุธ อย่างไรก็ตาม รัฐบาลจีนยืนกรานมาตลอดว่าได้ทำอย่างเต็มที่แล้ว
อีกหนึ่งประเด็นที่จะมีการหารือกัน คือ การปรับดุลการค้า หลังจากที่สหรัฐฯขาดดุลการค้ากับจีนจำนวนมหาศาล ซึ่งสหรัฐฯมองว่าไม่ใช่เรื่องปกติ โดยมองว่าเกิดจากจีนกดดันค่าเงินหยวนให้อ่อนค่าเกินความเป็นจริง สำหรับพิธีต้อนรับการเยือนของผู้นำสหรัฐฯครั้งนี้ ต้องบอกว่ายิ่งใหญ่และสมเกียรติกว่าที่ผ่านๆมา เริ่มตั้งแต่การปูพรมแดงต้อนรับ ต่างจากเมื่อครั้งที่อดีตประธานาธิบดีบารัค โอบามา เยือนจีน
นอกจากนี้ ทรัมป์ และสุภาพสตรีหมายเลข 1 ยังได้เข้าไปชมอุปรากรจีน การแสดงกายกรรม และดื่มน้ำชาช่วงบ่ายในเขตพระราชวังต้องห้าม ในกรุงปักกิ่ง โดยระหว่างที่นั่งดื่มน้ำชากัน ทรัมป์ ได้เปิดคลิปวีดีโอของ “อาราเบลลา (Arabella)” หลานสาวของตนที่ร้องเพลงเป็นภาษาจีนและอ่านบทกลอนในคัมภีร์ตรีอักษรให้ประธานาธิบดีสีดู ซึ่งผู้นำจีนก็กล่าวชื่นชมหลานสาวทรัมป์ และหวังว่าเธอจะได้มาเยือนประเทศจีนในอนาคตด้วย และอีกหนึ่งความพิเศษ คือ รัฐบาลจีนได้จัดงานเลี้ยงอาหารค่ำต้อนรับทรัมป์ที่นั่นด้วย ทำให้เขากลายเป็นผู้นำต่างประเทศคนแรกที่ได้เข้าไปรับประทานอาหารภายในเขตพระราชวังต้องห้าม นับตั้งแต่ปี 1949 หรือหลังสิ้นสุดสงครามโลกครั้งที่ 2
อีกหนึ่งเรื่องที่คนจับตามอง คือ ทรัมป์ ซึ่งได้ฉายาว่าเป็นเจ้าพ่อจอมทวีต จะอยู่ได้หรือไม่ เพราะที่จีนมีการบล็อกเว็บไซต์โซเชียลมีเดียชื่อดัง ทั้งทวิตเตอร์ เฟซบุ๊ก อินสตาแกรม กูเกิล ปรากฎว่าทรัมป์ก็ยังใช้ทวิตเตอร์ได้ตามปกติ โดยตั้งแต่ถึงกรุงปักกิ่ง ทรัมป์โพสต์ข้อความผ่านทวิตเตอร์ไปแล้วถึง 4 ครั้ง