ชาวบ้านใน ต.หัวเรือ อ.วาปีปทุม จ.มหาสารคาม นำปลาปักเป้าที่จับได้ในลำห้วยเสียวมาโชว์ให้ดู หลังจากมีชาวบ้านในพื้นที่นำปลาชนิดนี้ไปปรุงอาหารรับประทานก่อนจะเสียชีวิต 1 คน คือ นายบุญมา จูมเกตุ อายุ 64 ปี และเพื่อนบ้านอีกรายที่ได้รับพิษจนต้องถูกส่งตัวไปรักษาที่โรงพยาบาลมหาสารคามเมื่อวันเสาร์ที่ผ่านมา
นางสำลี ภรรยาผู้เสียชีวิตเล่าว่า สามีได้ไปขอปลาปักเป้ามาจากเพื่อนบ้านที่ไปวางข่ายดักปลาในลำห้วยเสียว ก่อนจะนำปลาทั้งตัวมาต้มส้มใบมะขามรับประทาน พร้อมกับชักชวนให้เธอทานด้วยแต่ไม่กล้ากิน เนื่องจากรู้ว่าปลาชนิดนี้จะมีพิษ โดยหลังจากกินไม่ได้ไม่นานสามีได้เกิดอาการชาตามปาก อาเจียนอย่างหนัก หมดแรง หายใจหอบ ก่อนจะช๊อคหมดสติ จึงรีบหามตัวส่งโรงพยาบาลแต่เสียชีวิตระหว่างทาง
ส่วนอีกรายคือนายชาญฤทธิ์ บุญสอน อายุ 60 ปี เพื่อนบ้านกับผู้เสียชีวิต หลังรับประทานเกิดอาการในลักษณะเดียวกัน ก่อนจะเสียชีวิตในช่วงเช้าวันนี้เป็นรายที่ 2
ด้าน นพ.อิทธิพล สูงแข็ง สาธารณสุขนิเทศก์เขตบริการสุขภาพที่ 7 กล่าวว่า ปลาปักเป้าเป็นปลามีพิษร้ายแรงสะสมอยู่บริเวณตับ หากรับประทานในปริมาณมากก็อาจรับพิษเข้าไปมาก และหากเป็นผู้สูงอายุที่มีภูมิต้านทานน้อย มีโรคประจำตัว และหากดื่มสุรา จะส่งผลให้พิษออกฤทธิ์เร็วและทำให้เสียชีวิต
ด้านนายมารุต ทรัพย์สุขสำราญ ผู้อำนวยการสถานีวิจัยและพัฒนาประมงน้ำจืดมหาสารคาม แจ้งเตือนประชาชนในพื้นที่ 3 จังหวัด คือ ร้อยเอ็ด ศรีษะเกษ และมหาสารคาม ที่อาศัยในลุ่มน้ำห้วยเสียวที่พบปลาชนิดนี้ ไม่ควรนำมารับประทานโดยเด็ดขาด เพราะเป็นสัตว์มีพิษสะสมอยู่ในร่างกายหลายแห่ง โดยเฉพาะเครื่องในที่ผ่านมาเคยมีผู้เสียชีวิตมาแล้วที่ จ.สกลนคร