ศาลฎีกาของกัมพูชามีคำตัดสินให้ยุบพรรคแกนนำฝ่ายค้าน ตัดสิทธิ์การเมืองสมาชิก 5 ปี โดยคำตัดสินของศาลครั้งนี้สืบเนื่องมาจากคำร้องของรัฐบาลที่อ้างว่าพรรคกู้ชาติกัมพูชา หรือ CNRP กำลังวางแผนสมคบคิดกับสหรัฐฯ เพื่อโค่นล้มรัฐบาล และเกิดขึ้นภายหลังการกวาดล้างฝ่ายตรงข้ามของรัฐบาลนายกรัฐมนตรีฮุนเซ็น ซึ่งนำไปสู่การจับกุมนายเขม โสกา หัวหน้าพรรค CNRP เมื่อเดือนกันยายนที่ผ่านมา รวมถึงการสั่งปิดสื่อและองค์กรที่ได้รับการสนับสนุนจากสหรัฐฯ หลายแห่ง
โดยนายดิท มุนที ประธานศาลฎีกาของกัมพูชา ซึ่งเป็นสมาชิกพรรครัฐบาลและใกล้ชิดกับนายกรัฐมนตรีฮุนเซ็นมายาวนาน ระบุว่า การที่พรรค CNRP ไม่ส่งทนายร่วมฟังการพิจารณาเท่ากับเป็นการยอมรับข้อกล่าวหาวางแผนก่อปฏิวัติ อย่างไรก็ตาม พรรค CNRP ได้ปฏิเสธข้อกล่าวหา และโต้แย้งว่าการพิจารณาของศาลครั้งนี้มีการเมืองเข้ามาเกี่ยวข้อง ขณะที่คำพิพากษาก็ถูกกำหนดไว้ล่วงหน้าแล้ว
คำตัดสินของศาลทำให้สมาชิกพรรค CNRP 118 คน ซึ่งส่วนใหญ่หลบหนีออกนอกประเทศไปแล้วเพราะกลัวถูกจับกุม ถูกตัดสิทธิ์ทางการเมืองเป็นเวลา 5 ปี และทำให้พรรครัฐบาลของนายกรัฐมนตรีฮุนเซ็น ไร้คู่แข่งในการเลือกตั้งทั่วไปที่จะมีขึ้นในปีหน้า
สำหรับการเลือกตั้งทั่วไปเมื่อปี 2013 พรรค CNRP สามารถคว้าที่นั่งในสภาได้เหนือความคาดหมาย และถูกคาดว่าจะขับเคี่ยวกับพรรครัฐบาลในการเลือกตั้งปีหน้าได้อย่างสูสี นายกรัฐมนตรีฮุนเซ็น ซึ่งอยู่ในอำนาจมาเป็นเวลา 32 ปี มักจะถูกกล่าวหาว่าใช้ศาลและกองกำลังความมั่นคงข่มขู่ฝ่ายตรงข้ามและกำจัดผู้ที่กระด้างกระเดื่อง แต่หลายปีที่ผ่านมา ก็ยอมให้มีการเคลื่อนไหวคัดค้านทางการเมืองได้ในระดับหนึ่ง
ด้าน คณะกรรมการนักนิติศาสตร์สากล ซึ่งตั้งอยู่ที่นครเจนีวา ประเทศสวิสเซอร์แลนด์ ออกแถลงการณ์ตำหนิคำตัดสินยุบพรรคฝ่ายค้านของศาลกัมพูชา โดยระบุว่า การใช้อำนาจศาลในทางมิชอบเพื่อยุบพรรค CNRP เป็นหนึ่งในการคุกคามที่ร้ายแรงที่สุดต่อสิทธิมนุษยชนและระบอบประชาธิปไตยแบบมีผู้แทน