วันนี้ (21 พ.ย.60) ผู้สื่อข่าวรายงานว่า หลังจากมีการเผยแพร่ภาพการถอดเก้าอี้ผู้โดยสารในรถไฟฟ้าสายมีน้ำเงินออก เพื่อให้มีพื้นที่ภายในตู้โดยสารเพิ่มขึ้น เพื่อให้สามารถบรรจุผู้โดยสารให้มากขึ้น ซึ่งมีการวิพากษ์วิจารณ์ตามมานั้น
นายฤทธิกา สุภารัตน์ รักษาการผู้ว่าการการรถไฟฟ้าขนส่งมวลชนแห่งประเทศไทย (รฟม.) เปิดเผยถึงกรณีที่ บริษัท ทางด่วนและรถไฟฟ้ากรุงเทพ จำกัด (มหาชน) หรือBEM ได้ทำการถอดเก้าอี้นั่งผู้โดยสารแถวกลางภายในรถไฟฟ้ามหานคร สายเฉลิมรัชมงคล หรือ รถไฟฟ้าใต้ดินออก เพื่อให้ผู้โดยสารสามารถเดินทางได้มากขึ้น ซึ่งได้เริ่มทดลองให้บริการขบวนแรก ตั้งแต่วันที่ 20 พฤศจิกายน 2560 หรือ ตั้งแต่เมื่อวานนี้ ซึ่งปัจจุบัน BEM เป็นผู้ได้รับสัมปทานบริหารการเดินรถรถไฟฟ้าสายเฉลิมรัชมงคล ของรฟม. ซึ่งตามหลักการบริหารงาน หาก BEM จะดำเนินการอะไรที่ส่งผลกระทบต่อผู้ใช้บริการจะต้องหารือหรือแจ้งให้ รฟม. รับทราบเป็นทางการก่อน แต่กรณีนี้ BEM ไม่ได้มีการหารือ หรือแจ้งให้ รฟม.รับทราบเลย ดังนั้น รฟม.ได้ประสานเชิญตัวแทน BEM เข้ามาหารือภายในสัปดาห์นี้ เพื่อให้ชี้แจงถึงการดำเนินการดังกล่าวว่ามีที่มาอย่างไร
นายฤทธิกา บอกว่า เท่าที่ได้รับรายงานทราบว่า BEM มีการถอดเบาะที่นั่งออก เพื่อแก้ปัญหาขบวนรถไม่เพียงพอต่อผู้ใช้บริการ ซึ่งในหลายๆ ประเทศก็ใช้วิธีนี้แก้ปัญหา อย่างเช่นในประเทศญี่ปุ่น แต่การจะปรับปรุงเปลี่ยนแปลงหรือดำเนินการอะไรที่กระทบต่อความพึงพอใจของผู้ใช้บริการ บริษัทควรจะต้องมีการทำประชาสัมพันธ์ หรือทำการทดลองและประเมินผลก่อนที่จะดำเนินการจริง เพื่อให้สังคมเกิดความเข้าใจ และไม่เข้าใจผิด กรณีนี้มองว่า BEM มีการทำประชาสัมพันธ์น้อยไป ทำให้ประชาชนบางส่วนไม่เข้าใจ อย่างไรก็ตาม เพื่อแก้ปัญหาในระยะยาวขณะนี้ได้เร่งรัดให้ BEM เร่งจัดหาขบวนรถมาให้บริการเพื่อให้เพียงพอต่อความต้องการของประชาชนผู้ใช้บริการ
สมาคมองค์การพิทักษ์รัฐธรรมนูญไทย คัดค้านถอดเก้าอี้โดยสารในขบวนรถไฟฟ้า
ตามที่การรถไฟฟ้าขนส่งมวลชนแห่งประเทศไทย (รฟม.) เห็นชอบให้บริษัท ทางด่วนและรถไฟฟ้ากรุงเทพ จำกัด(มหาชน) หรือ BEM ผู้ได้รับสัมปทานเดินรถไฟฟ้ามหานคร สายเฉลิมรัชมงคล (สายสีน้ำเงิน) ดำเนินการถอดเก้าอี้โดยสารบริเวณช่วงกลางของแต่ละตู้โดยสารออกหมดตั้งแต่วันที่ 20 พ.ย.ที่ผ่านมา เพื่อเพิ่มพื้นที่ว่างในขบวนรถไฟฟ้าให้รองรับผู้โดยสารเข้ามายืนในตู้ขบวนให้มากขึ้น โดยอ้างว่าจะช่วยลดปัญหาผู้โดยสารล้นสถานีและตกค้างในเวลาเร่งด่วนนั้น
สมาคมองค์การพิทักษ์รัฐธรรมนูญไทยขอคัดค้านการกระทำดังกล่าว เพราะถือว่าเป็นการใช้ข้ออ้างเพื่อแสวงหากำไร บนพื้นฐานของการเอาเปรียบผู้บริโภคอย่างชัดแจ้ง ซึ่งการที่เกิดปัญหาผู้โดยสารล้นสถานีและตกค้างในเวลาเร่งด่วน เป็นความบกพร่องของ รฟม.และ BEM ที่ไม่ยอมที่จะเร่งลงทุนเพื่อจัดหาขบวนรถไฟฟ้าเข้ามาให้บริการเพียงพอกับความต้องการของผู้โดยสารต่างหาก แต่กลับรวมหัวกันผลักภาระมาให้ผู้โดยสารแทน โดย BEM จะมีรายได้เพิ่มขึ้นบนความทุกข์ยากของผู้โดยสารโดยเฉพาะเด็ก คนชรา คนป่วย และหญิงมีครรภ์ ในขณะที่รถไฟฟ้าในต่างประเทศที่เขาเจริญกันแล้ว เช่น ญี่ปุ่น อเมริกา เกาหลีใต้ อังกฤษ สิงคโปร์ ฯลฯ ไม่เคยมีประเทศใดที่เขาจะเอื้อประโยชน์ให้กับบริษัทเอกชนเพื่อเอาเปรียบผู้บริโภคได้เยี่ยงนี้เลย
ทั้งนี้การที่ รฟม.อนุญาตให้ BEM ดำเนินการได้เช่นนี้ ถือได้ว่าเป็นการขัดต่อรัฐธรรมนูญ 2560 มาตรา 25 มาตรา 46 มาตรา 61 ประกอบ พรบ.คุ้มครองผู้บริโภค 2522 และที่แก้ไขเพิ่มเติมโดยชัดแจ้ง สมาคมฯจึงขอเรียกร้องให้ รฟม.และ BEM ดำเนินการใส่เก้าอี้ผู้โดยสารช่วงกลางของแต่ละตู้กลับไปติดตั้งคงเดิมเสียโดยพลัน พร้อมกับเร่งจัดซื้อจัดหาขบวนรถมาเพิ่มเติมให้เพียงพอกับปริมาณผู้โดยสารในช่วงเวลาเร่งด่วนด้วย และหากคำร้องนี้ไม่เป็นผล สมาคมฯจำเป็นที่จะร่วมมือกับผู้บริโภคนำคดีขึ้นสู่ศาลเพื่อหาข้อยุติและค่าสินไหมทดแทน ที่ผู้โดยสารต้องสูญเสียที่นั่งในขบวนรถไฟฟ้าไปกลับคืนมาอย่างแน่นอน