เมื่อวันที่ (13 ธ.ค. 60) ผู้สื่อข่าวรายงานว่า พันตำรวจเอก ธรากร เลิศพรเจริญ ผู้กำกับการสถานีตำรวจนครบาลสายไหม เปิดเผยว่าขณะนี้ พนักงานสอบสวนยังไม่ส่งสำนวนต่ออัยการเพราะยังรอเวลาที่อาจจะมีผู้เสียหายเพิ่มเติมเข้ามาแจ้งความอีก และผู้เสียหายที่แก๊งนี้เลือก มักมีประวัติต้องโทษคดียาเสพติด มาก่อน
ส่วนคำสารภาพของหนอ วีระชัย บอกว่า เปิดบริษัทนักสืบเอกชน ตรงกับผู้เสียหายให้การสงสัยว่าอาจใช้วิชาชีพนี้ เข้าไปล้วงข้อมูลประวัติของผู้เสียหาย ในทะเบียนประวัติอาชญากรหรือทะเบียนราษฎร์ ซึ่งประเด็นนี้พันตำรวจเอกธรากร ผู้กำกับการสน.สายไหม ยืนยันว่า บริษัทเอกชนไม่มีอำนาจและถือว่าผิดกฏหมาย โดยการเข้าถึงข้อมูลทะเบียนประวัติอาชญากรหรือทะเบียนราษฎร์จะมีเพียงตำรวจบางหน่วย และฝ่ายปกครองเท่านั้น
ขณะที่การหาวัตถุพยาน ผู้ต้องหาอ้างว่า นำปืนลูกซองที่ใช้ก่อเหตุไปทิ้งแม่น้ำเจ้าพระยา ช่วงสะพานนวลฉวี จังหวัดนนทบุรี นักประดาน้ำทำการค้นหาแล้วไม่เจอ จึงต้องรอผลพิสูจน์ปืนของกลางที่ยึดได้ก็น่าจะมีน้ำหนักมากพอในการสั่งฟ้องให้อัยการได้ภายในสิ้นเดือนนี้ โดยผู้ต้องหาทั้งหมดยังไม่ได้รับการประกันตัว และฝากขังผัดแรกอยู่ที่ศาลจังหวัดมีนบุรี