วันนี้ (13 ธ.ค. 60) จ่าอากาศตรีปิยะวัจน์ สุวรรณวงษ์ อายุ 34 ปี อาสาสมัครอิสระ เล่าว่า วานนี้ตนขับรถไปซื้อของที่ตลาดนิคมฯ บางปู จ.สมุทรปราการ และได้เจอกับชายหญิงคู่หนึ่ง กำลังเดินเรี่ยไรเงินจากประชาชนในตลาด โดยอ้างว่าเรี่ยไรเงินไปช่วยเหลือศพไร้ญาติ และซื้อโลงศพ จากนั้นตนก็ไลฟ์เฟซบุ๊กพร้อมเดินตามชายหญิงดังกล่าวเพราะรู้ว่าทั้งสองคนกำลังหลอกลวงประชาชน ก่อนที่ทั้งสองคนจะเดินหลบไปที่มืด และเมื่อตนเดินตามไปชายคนดังกล่าวก็เดินเข้ามาหาตน พร้อมก้อนหินในมือพยายามทำร้ายตนเอง ก่อนที่เจ้าของตลาดและพลเมืองดีจะเข้ามาช่วยเหลือไว้ทัน
สำหรับชายหญิงที่มาเดินเรี่ยไรเงินในตลาด จ่าอากาศตรีปิยะวัจน์ ยืนยันว่า ทั้งสองคนไม่ได้มาเรี่ยไรเงินเพื่อช่วยเหลือศพไร้ญาติ ซื้อโลงศพ และอื่นๆตามที่ทั้งสองคนกล่าวอ้าง เพราะทุกสมาคม และทุกมูลนิธิ จะไม่มีการส่งคนไปเดินเรี่ยไรเงิน รวมถึงก่อนหน้านี้เมื่อวันที่ 15 พฤษภาคมที่ผ่านมา ตนเองก็เคยเจอชายหญิงคู่นี้มาแล้วครั้งหนึ่งที่ตลาดนิคมฯ บางปู และครั้งนั้นก็ได้มีการพูดคุยกัน โดยทั้งคู่อ้างว่ามาจากสมาคมธนพร บุญเหลือ เพื่อการกุศล และจะนำเงินไปล้างป่าช้าที่สุราษฎร์ธานี แต่ตนไม่เชื่อพร้อมบอกว่ามูลนิธิไม่มีการมาเดินเรี่ยไรเงิน ประกอบกับเอกสารที่ทั้งสองนำมายืนยันเป็นเอกสารเก่าและเคลือบพลาสติก จึงเห็นได้ชัดว่านำมาสวมรอยขอรับบริจาค เพราะการขอเอกสารจะขอได้เป็นครั้งคราว และใช้ได้ครั้งเดียว ดังนั้นเอกสารจะมีความใหม่อยู่เสมอ ซึ่งครั้งนั้นทั้งสองคนยอมรับว่ามีอาชีพเป็นช่างเสริมสวย และวินจักรยานยนต์ พร้อมบอกว่าจะไม่กลับมาเดินเรี่ยไร่อีก แต่สุดท้ายทั้งคู่ก็ยังมีพฤติกรรมเหมือนเดิม ตนจึงตักเตือนและไลฟ์เฟซบุ๊กจนปรากฎเป็นข่าว
ด้านนางธนพร บุญเหลือ นายกสมาคมธนพร บุญเหลือ เพื่อการกุศล ชี้แจงว่า ชายหญิงทั้งสองคนที่ปรากฎในคลิป เคยเป็นสมาชิกของสมาคมจริงเมื่อประมาณ 6 ปีก่อน โดยทั้งคู่เข้ามาอยู่กับสมาคมได้เพียงสัปดาห์เดียวก็ลาออกไปพร้อมกับเอกสารของสมาคม เบื้องต้นทางสมาคมเตรียมแจ้งความดำเนินคดีกับทั้งสองคนแล้ว เนื่องจากทำให้สมาคมเสื่อมเสียชื่อเสียง แต่ก็ยอมรับว่าทางสมาคม มีการส่งเจ้าหน้าที่ลงไปเรี่ยไรเงินจริง แต่ทุกครั้งจะมีการขออนุญาตทางอำเภอ หรือแจ้งเจ้าหน้าที่ตำรวจรับทราบทุกครั้ง พร้อมยืนยันว่า สองคนที่ปรากฎในคลิป ปัจจุบันไม่ใช่คนของสมาคมและไม่ได้ขออนุญาตเดินเรี่ยไร่อย่างถูกต้อง
ด้าน นิติธร แก้วโต หรือ ทนายเจมส์ กล่าวถึงเหตุการณ์ดังกล่าวว่า พฤติกรรมของผู้มาแอบอ้างเรี่ยไรเงินบริจาคทั้งสองคน มีความผิดฐานหลอกลวงประชาชนโดยการแสดงตนเป็นบุคคลอื่น และฉ้อโกงประชาชน หากกระทำพร้อมกันจะมีอัตราโทษจำคุก 7 ปี ปรับ 140,000 บาท เนื่องจากทั้งสองคนไม่ใช่เจ้าหน้าที่มูลนิธิ แต่แอบอ้างว่าเป็น และไม่ได้นำเงินไปใช้จ่ายตามวัตถุประสงค์ที่กล่าวอ้างในการรับบริจาค
สำหรับมูลนิธิที่มีความประสงค์จะเรี่ยไรเงิน ก็สามารถทำได้โดยการขออนุญาตจากหน่วยงานภาครัฐ สังกัดกรมการปกครอง โดยจะมีเอกสารรับรอง ที่จะระบุชื่อบุคคลที่จะมาเรี่ยไร วันเวลา สถานที่ วิธีการเรี่ยไร และวัตถุประสงค์ และการขออนุญาตจะต้องเรี่ยไรเป็นหลักแหล่ง แต่ทนายเจมส์ ก็แนะนำประชาชนว่า หากอยากทำบุญบริจาค ควรติดต่อขอบริจาคกับทางมูลนิธิ หรือทางสมาคมโดยตรง
ชมคลิปได้ที่ : แฉ! มูลนิธิเถื่อนเรี่ยไรเงิน