วันนี้ (15 ธ.ค.60) เวลา 11.00 น. ที่ กองบัญชาการกองทัพไทย ถ.แจ้งวัฒนะ พล.อ.ท.วีรพงษ์ นิลจินดา กรรมการสอบสวนข้อเท็จจริง นายภัคพงศ์ ตัญกาญจน์ นักเรียนเตรียมทหารที่เสียชีวิตเมื่อวันที่ 17 ตุลาคมที่ผ่านมา ซึ่งโรงเรียนเตรียมทหารระบุในใบมรณะบัตรว่า สาเหตุการเสียชีวิตเกิดจากภาวะหัวใจหยุดเต้นเฉียบพลัน ว่า จากการสอบผู้ที่เกี่ยวข้องในเหตุการณ์และอาจเกี่ยวข้องกับการฟกช้ำ ได้ความว่า เมื่อวัน 10 ต.ค.เวลา 15.51 น. นายภคพงศ์ เสร็จจากการเรียนพละศึกษา ชั้น 2 กองพละศึกษา และภาพจากกล้องวงจรปิด พบว่า นายภคพงศ์ ลื่นตกบันได 8 ขั้น ความสูง 1.5 เมตร เพื่อนนักเรียนชั้นปีที่ 1 ที่ตามมาได้ยินจึงให้การช่วยเหลือ ขณะเดียวกันมีครูพละได้ยินจึงเดินมาดู พบว่า นายภคพงศ์นอนตะแคงซ้ายมือกุมหน้าอก จากการสอบถามนายภคพงศ์บอกเจ็บมีอาการจุกบริเวณหน้าอก จากนั้นครูพละและเพื่อนได้พาส่งที่กองแพทย์ โดยแพทย์ตรวจรักษาภายนอกไม่พบบาดแผล และนำส่งโรงพยาบาลโรงเรียนนายร้อยพระจุลจอมเกล้าเพื่อตรวจหาการบาดเจ็บอีกครั้ง พร้อมเอกซ์เรย์ไม่พบว่ามีการบาดเจ็บภายใน จึงนำกลับมาพักที่กองแพทย์
และวันที่ 12 ต.ค.60 นายภคพงศ์ ออกจากโรงเรียนมาพักที่บ้าน ทราบจากสื่อว่าผู้ปกครองนำนายภคพงศ์ไปตรวจที่โรงพยาบาลเอกชน ผลการตรวจไม่พบความผิดปกติใดๆ และได้กลับเข้าโรงเรียนเมื่อวันที่ 15 ต.ค.60
ในเหตุการณ์นี้ข้อมูลที่ได้จากผู้เกี่ยวข้องและภาพวงจรปิด พบว่า นายภคพงศ์เสียหลักตกบันไดด้วยตนเอง สาเหตุอาจเพราะเร่งรีบเพื่อกลับกองพัน ทำให้มีอาการบาดเจ็บ แพทย์ตรวจไม่พบบาดแผลบริเวณร่างกายและศีรษะ มีการตรวจเอกซเรย์จากโรงพยาบาลโรงเรียนนายร้อยพระจุลจอมเกล้า และโรงพยาบาลเอกชนโดยผู้ปกครอง ผลการตรวจไม่พบสิ่งผิดปกติ จากพยานและหลักฐาน โดยเฉพาะจากคำให้การของเพื่อนและภาพที่ได้จากกล้องวงจรปิดคณะกรรมการสรุปได้ว่า การเสียชีวิตของนายภคพงศ์ไม่มีผู้หนึ่งผู้ใดสั่งลงโทษหรือทำร้าย อันอาจจะเป็นเหตุให้นายภคพงศ์เสียชีวิต และจากการตรวจของสถาบันพยาธิวิทยา ศูนย์ดำเนินการแพทย์พระมงกุฎแกล้า สรุปในภาพรวมได้ว่าไม่พบรอยฟกช้ำภายนอก ส่วนกรณีชายโครงด้านขวาซี่ที่ 4 หัก แพทย์ไม่ตัดประเด็นการทำ CPR ที่ต้องใช้แรงกดกึ่งกระแทกนานถึง 4 ชั่วโมง ประกอบกับได้พบว่าเซลล์กล้ามเนื้อหัวใจบางส่วนผิดปกติ ซึ่งไม่ค่อยพบนักในคนอายุ 18 ปี แพทย์ได้สรุปว่า การเสียชีวิตของนายภคพงศ์ เกิดจากภาวะหัวใจหยุดเต้นเฉียบพลัน
อ่านข่าว : กองทัพแจงไม่เชิญญาติ “นตท.ภคพงศ์” ฟังแถลง ไม่ต้องการให้ข้ดแย้ง