วันนี้ (21 ธ.ค.60) พล.ต.ต.ธนาศักดิ์ ฤทธิเดชไพบูลย์ รองผู้บัญชาการตำรวจภูธรภาค 4 หรือ ผบช.ภ.4 ในฐานะหัวหน้าพนักงานสอบสวนในคดีครูจอมทรัพย์ เปิดเผยว่า ขณะนี้มีการสอบปากคำผู้ต้องหา พยาน และตรวจสอบเอกสารวัตถุพยานที่เกี่ยวข้องเรียบร้อยทั้งหมด โดยสรุปต้องแบ่งออกเป็น 3 ส่วน คือผู้ต้องหาที่กระทำการเป็นขบวนการที่ร่วมกันแสดงหลักฐานเท็จ และแจ้งความเท็จ ซึ่งเป็นพลเรือน 11 ราย พนักงานสอบสวนได้มีดการแจ้งข้อกล่าวหาไปแล้ว ส่วนเจ้าหน้าที่ของรัฐ 14 คน เป็นคณะทำงานที่รับผิดชอบในการรื้อฟื้นคดีดังกล่าว
ทั้งนี้จากการสอบสวนได้ข้อสรุปชัดเจนเกี่ยวกับเจ้าหน้าที่จาก ดีเอสไอ ที่เข้าข่ายความผิด 2 ประเด็น คือ การบกพร่องต่อหน้าที่ ซึ่งเป็นการกระทำของหน่วย ที่ต้องแจ้งให้หน่วยได้รับทราบถึงความไม่รอบคอบ ไม่ใช้ความสามารถในการสืบสวนข้อเท็จจริง จนเกิดความเสียหาย ก็จะต้องดำเนินการทางวินัยและพิจาณาโทษทางวินัย ส่วนอีกประเด็นหนึ่ง คือ การที่เจ้าหน้าที่มีหน้าที่แล้วไม่ทำ ซึ่งถือว่าละเว้น จะต้องแยกดำเนินการออกไป โดยชุดแรก จะถูกเอาผิด 1 ข้อหา คือ การบกพร่องต่อหน้าที่ ส่วนชุดที่ 2 จะผิดในทั้ง 2 ประเด็น คือบกพร่องต่อหน้าที่ และ ละเว้นการปฏิบัติหน้าที่ ซึ่งทั้ง 7 คนจะต้องถูกชี้มูลความผิดเพื่อให้ต้นสังกัดเอาผิดทางวินัย และ ตร.ภ.4 จะส่งเรื่องให้ ปปช.เอาผิดด้วย
โดยสำหรับ พ.ต.อ.ดุษฎี อารยวุฒิ รองปลัดกระทรวงยุติธรรมนั้น เป็นผู้บังคับบัญชาระดับสูง ที่จะต้องรับผิดชอบในเรื่องของนโยบาย ส่วนรายละเอียดที่ลูกน้องไปทำในเชิงลึก อาจจะไม่ทราบจึงกันไว้เป็นพยาน ขณะที่ นายยอดมงคล ทรัพย์ไพศาลสุข ทนายความจากกระทรวงยุติธรรมนั้น ได้ถูกกันไว้เป็นพยานเช่นกัน และภายในสัปดาห์นี้ บช.ภ.4 จะส่งเรื่องให้กับกระทรวงยุติธรรมได้รับทราบเพื่อดำเนินการตามระเบียบ และผลการสอบสวนทั้งในส่วนของพลเรือนทั้ง 11 คน และ เจ้าหน้าที่ดีเอสไอ ทั้ง 14 คนนั้น จะมีการส่งฟ้องต่ออัยการ จ.นครพนม ซึ่งขณะนี้การทำงานของตำรวจนั้นได้เสร็จสิ้นแล้ว