เหตุการณ์ดังกล่าวเริ่มจากเมื่อวันจันทร์ที่ผ่านมา “ไพรเมท แลปส์” (Primate Labs) บริษัทผู้ผลิต “กรีกเบนช์” (Geekbench) แอปพลิเคชั่นยอดนิยม สำหรับใช้วัดการทำงานของหน่วยประมวลผล (processor) ของไอโฟน ได้เปิดเผยข้อมูลเกี่ยวกับการทำงานของระบบปฏิบัติการไอโฟน 6s และไอโฟนรุ่นเก่ากว่า (เช่น iPhone 6, iPhone 5 and iPhone SE) ว่ามีประสิทธิภาพทำงานที่ช้าลง อย่างเห็นได้ชัดเมื่อเทียบกับ ไอโฟน 7 และไอโฟนรุ่นที่ใหม่กว่า
ทำให้ในวันนี้ บริษัท “แอปเปิล” ได้ออกแถลงการณ์ยอมรับว่า บริษัทได้ทำการปรับให้ไอโฟนรุ่นดังกล่าวทำงานช้าลงจริง เพื่อเป็นการลดการใช้ไฟและยืดอายุแบตเตอรี่ในไอโฟนรุ่นเก่าๆ ที่อาจจะเผชิญปัญหาไฟฟ้ากระชากได้ (power spike) โดยการแก้ปัญหาเช่นนี้ จะทำให้มีผลข้างเคียงคือ หน่วยประมวลผล (processor) จะทำงานช้าลง แต่ไม่ใช่แผนที่หวังกระตุ้นให้ผู้บริโภคซื้อไอโฟนรุ่นใหม่ อย่างที่ใครหลายคนคิด
นอกจากนี้ แอปเปิลยังได้ชี้แนวทางแก้ปัญหาดังกล่าวเพิ่มเติม ว่าสามารถแก้ไขได้ด้วยการเปลี่ยนแบตเตอรี่ของโทรศัพท์ ซึ่งทางบริษัทจะคิดค่าบริการเพิ่ม 79 ดอลลาร์ (ราว 2,500 บาท) สำหรับไอโฟนเครื่องที่ไม่ได้อยู่ภายใต้ระยะเวลาการรับประกัน