สำนักข่าวต่างประเทศรายงานว่า บริษัทที่ลงทุนได้แก่ เอ็กซอน โมไบล์ เคมิคอล(Exxon Mobile Chemical) , เชลล์ เคมิคอล (Shell Chemical) รวมถึงองค์กรเอกชนอื่นๆ ที่แข่งกันสร้างโรงงานแปรรูปวัตถุดิบ ให้เป็นผลิตภัณท์พลาสติกต่างๆ ที่ใช้ในชีวิตประจำวันเช่น ภาชนะต่างๆ เป็นต้น โดยนางแคร์รอลล์ มัฟเฟ็ตต์ ผู้อำนวยการศูนย์กฏหมายสิ่งแวดล้อมสากล ที่วิเคราห์เรื่องนี้ ระบุว่า บริษัทยักษ์ใหญ่พวกนี้ ทุ่มเงินรวมกันมากถึง 180,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐ หรือประมาณ 5.9 ล้านล้านบาท เพื่อขยายโครงการผลิตผลิตภัณท์พลาสติก ในช่วง 10 ปีนับจากนี้ นั่นหมายความว่า โลกของเราจะมีขยะที่เป็นพลาสติกเพิ่มขึ้นอีกอย่างน้อยร้อยละ 40 จากที่มีอยู่ในปัจจุบัน
ด้านผู้เชี่ยวชาญสิ่งแวดล้อมทางทะเลขององค์กร “กรีนพีซ” เปิดเผยว่า ขยะพลาสติกเริ่มส่งผลต่อสิ่งแวดล้อมแล้ว และถ้ามนุษย์ยังไม่หยุดทิ้งขยะพลาสติก ความหายนะทางมลพิษ จะเป็นสิ่งถาวรที่แก้ไขไม่ได้อีกต่อไป ทั้งนี้มีการคำณวนไว้ว่า จำนวนของขยะที่มีอยู่บนโลกใบนี้ มีน้ำหนักเท่ากับน้ำหนักของทุกคนบนโลกรวมกัน และถ้ามนุษย์ยังคงเดินหน้าผลิตพลาสติกออกมาใช้ ในเวลาไม่นาน สิ่งมีชีวิตบนโลกของเรา อาจไม่สามารถอาศัยอยู่ได้อีกต่อไป