วันนี้ (28 ธ.ค.60) ผู้สื่อข่าวรายงานว่า นายราเมศ รัตนะเชวง รองโฆษกพรรคประชาธิปัตย์ นำเอกสารตัวอย่างการสมัครเป็นสมาชิกพรรคประชาธิปัตย์ที่ผู้สมัครจะต้องพิมพ์ลายนิ้วมือ ลงลายมือชื่อกำกับ และแนบสำเนาบัตรประชาชนพร้อมใบสมัครด้วย ทั้งหมดนี้เป็นการยืนยันว่า กว่าจะเป็นสมาชิกพรรคการประชาธิปัตย์ได้ ต้องผ่านขั้นตอนการสมัครที่รัดกุม นี่เป็นส่วนหนึ่งของการตอบโต้ หลังนายไพบูลย์ นิติตะวัน ประธานเครือข่ายประชาชนปฏิรูป ให้สัมภาษณ์โจมตีพรรคประชาธิปัตย์ ว่า นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ไม่เห็นด้วยกับคำสั่ง 53/2560 เพราะกลัวการตรวจสอบฐานสมาชิก โดยอ้างว่า รายชื่อสมาชิกพรรคทั้งหมดเป็นรายชื่อที่ถูกรวบรวมโดยหัวคะแนน นอกจากการแถลงชี้แจงแล้ว นายราเมศยังโต้ตอบท่าทีของนายไพบูลย์ โดยแสดงความว่า เป็นเพราะนายไพบูลย์ไม่เคยสังกัดพรรคการเมือง จึงไม่เข้าใจระบบพรรคการเมือง ขณะที่นายไพบูลย์ก็ตอบโต้นายราเมศด้วยท่าทีที่ดุเดือดเช่นเดียวกัน โดยเฉพาะการกล่าวหากันไปมาว่าเป็น “กาฝาก” ทั้งคู่
ด้านพล.อ.อนุพงษ์ เผ่าจินดา รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย วันนี้มีกำหนดพบปะสื่อมวลชนประจำกระทรวง และถูกถามถึงกรณีคสช.ออกคำสั่ง53/2560 ว่า ในที่ประชุมคสช.มีแนวทางอย่างไร จึงออกประกาศลักษณะนี้ พล.อ.อนุพงษ์ ตอบเพียงสั้นๆว่า ไม่ขอให้ความเห็นใดใด และไม่สามารถนำเรื่องในที่ประชุมคสช.มาเปิดเผยได้
สำหรับการพิจารณารายละเอียดของคำสั่งคสช.ที่ 53/2560 นายราเมศระบุว่า แม้จะเห็นตรงกันกับพรรคเพื่อไทยว่าอาจขัดรัฐธรรมนูญ แต่ยังอยู่ระหว่างการให้ฝ่ายกฎหมายศึกษาข้อกฎหมายอย่างละเอียด โดยเฉพาะการที่ คำสั่งนี้ หัวหน้าคสช.จะใช้อำนาจตามมาตรา44 แต่ในความเห็นส่วนตัวของนายราเมศ มองว่า ตามหลักของกฎหมายรัฐธรรมนูญถือเป็นกฎหมายสูงสุด สำหรับคำสั่ง ที่ 53/2560 แม้จะเป็นคำสั่งที่ออกโดยคสช. แต่มีเนื้อหาสอดคล้องกับข้อเสนอที่นายไพบูลย์ เคยไปยื่นขอให้สภานิติบัญญัติแห่งชาติ หรือ สนช. แก้ไข พ.ร.บ.พรรคการเมืองให้เซ็ตซีโร่สมาชิกพรรคการเมือง เพื่อให้เกิดความเท่าเทียมของทุกพรรค
ขณะที่นายพรเพชร วิชิตชลชัย ประธานสภานิติบัญญัติแห่งชาติ ชี้แจงว่า การที่พรรคการเมืองจะยื่นให้ศาลรัฐธรรมนูญตีความคำสั่งคสช. เป็นสิทธิ์ที่สามารถทำได้ แต่หากพิจารณาเนื้อหารัฐธรรมนูญจะพบว่า ในบทเฉพาะกาล มีเงื่อนไขคุ้มครองการกระทำของคสช.อยู่