วันนี้ (31 ธ.ค.60) ผู้สื่อข่าวรายงานว่า กำลังตำรวจสถานีตำรวจนครบาลคันนายาว นำหมายขอเข้าตรวจค้นบ้านพักในหมู่บ้านนันทวัน ย่านวัชรพล ถนนสุขาภิบาล โดยพยายามเรียกให้ “เสก โลโซ” ออกมาพบเพื่อแสดงหมายจับ แต่เสก โลโซ ไม่ยินยอมออกมาพบ และไม่ยอมเปิดประตูให้ตำรวจ แต่พยายามโทรศัพท์พูดคุยกับ พันตำรวจเอกสิงห์ สิงห์เดช ผู้กำกับการสถานีตำรวจนครบาลคันนายาว ที่นำหมายค้นมารออยู่บริเวณหน้าบ้าน
สุดท้ายตำรวจตัดสินใจ ปีนรั้วบุกเข้าตรวจค้นภายในบ้านพักของเสก แต่เจ้าตัวก็ยังไม่ยอมออกมามอบตัว และไม่ให้ความร่วมมือ โดยเก็บตัวเงียบอยู่ในห้องนอนชั้น 2 พร้อมระบุว่ามีอาวุธปืน หากตำรวจนำกำลังบุกเข้าจับกุมก็พร้อมจะยิงต่อสู้
ระหว่างการเจรจาขอเข้าตรวจค้น เสก โลโซ ได้โพสต์คลิปบนเฟซบุ๊ก เป็นภาพกำลังยืนคุยกับพลตำรวจตรีสมพงษ์ ชิงดวง รองผู้บัญชาการตำรวจนครบาล โดยบอกว่าไม่เชื่อว่าตำรวจมีหมายค้นจริง และขอให้ตำรวจรอทนายก่อน ถึงจะเปิดบ้านให้ตรวจค้น
“พี่รู้จักกับผมมาเนินนานนะพี่อู๊ดนะ ผมจะบอกให้ผมไม่มีสิ่งกฎหมายในบ้านผม .. 1 ชั่วโมงเอาหมายค้นมาจากไหน แล้วไม่ให้ผมดูด้วย”
กว่า 2 ชั่วโมงของการเจรจา พลตำรวจเอกจักรทิพย์ ชัยจินดา ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ พลตำรวจโทชัยวัฒน์ เกตุวรชัย ผู้ช่วยผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ พลตำรวจโทชาญเทพ เสสะเวช ผู้บัญชาการตำรวจนครบาล พยายามเกลี่ยกล่อมให้ เสก เข้ามอบตัว เพื่อเข้าสู่กระบวนการทางกฎหมาย แต่เสกก็ไม่มีทีท่าจะยินยอม หน่วยอรินทราช พร้อมอาวุธครบมือจึงเข้าปฏิบัติการควบคุมตัว ก่อนนำมาสอบปากคำที่กองบัญชาการตำรวจนครบาล
การสอบปากคำครั้งนี้ มีพลตำรวจเอกเฉลิมเกียรติ ศรีวรขาน รองผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ เข้าร่วมด้วย ก่อนแถลงข่าว ว่า การจับกุมตัว เสก โลโซ เป็นปฏิบัติการของตำรวจ ตามหมายจับศาลจังหวัดนครศรีธรรมราช ซึ่งขอกำลังหน่วยอรินทราชเข้าปฏิบัติภารกิจเพราะผู้ต้องหาไม่ยอมเข้ามอบตัวและต่อสู้ขัดขืน
จากการตรวจค้นในบ้านพักตำรวจพบอาวุธปืน 1 กระบอก เบื้องต้น เสก โลโซ อ้างว่าเป็นของเพื่อนที่ลืมไว้ ซึ่งอยู่ระหว่างตรวจสอบการครอบครองว่าถูกกฎหมายหรือไม่
ขณะนี้ตำรวจเตรียมพิจารณาแจ้งข้อกล่าวหา เสก เพิ่มเติมอีก 2 ข้อหา คือ มีอาวุธปืนไว้ในครอบครองโดยไม่ได้รับอนุญาต และต่อสู้ขัดขวางเจ้าพนักงานในการปฏิบัติการตามหน้าที่ พร้อมเตรียมคัดค้านการประกันตัว เพราะกลัวจะเป็นอันตรายต่อตัวเองและผู้อื่น
หลังสอบปากคำเสก โลโซ เสร็จสิ้น ตำรวจจะนำตัวไปควบคุมไว้ที่สถานีตำรวจนครบาลคันนายาว เพื่อส่งฝากขังต่อศาลจังหวัดมีนบุรี ตามที่ดำเนินคดีใน 2 ข้อหาเพิ่มเติม ก่อนส่งตัวดำเนินคดีตามหมายจับของศาลจังหวัดนครศรีธรรมราชต่อไป