เมื่อวันที่ (4 ม.ค. 61) ผู้สื่อข่าวรายงานว่า หลังกระเป๋า “พูล เพิ่ม ทรัพย์” หลากหลายรูปแบบ ขนาด และราคา ที่พระครูปลัดสิทธิวัฒน์ หรือหลวงพี่น้ำฝน ประกาศว่าผ่านการปลุกเสก เพื่อให้เงินทองไหลเข้ากระเป๋า ก็เกิดกระแสวิพากษ์วิจารณ์ถึงความไม่เหมาะสม แต่ที่วัดไผ่ล้อม อ.เมือง จ.นครปฐม วันนี้ แม้จะเป็นวันธรรมดา แต่พุทธศาสนิกชนชาวไทยและต่างชาติ ยังคงทยอยเดินทางมาทำบุญและเช่ากระเป๋ากลับไปต่อเนื่อง และต่างเข้าคิวรอให้หลวงพี่น้ำฝนเจิมกระเป๋าให้ ล่าสุดจำหน่ายกระเป๋าไปได้กว่าล้านบาทแล้ว
ล่าสุดพระมหาไพรวัลย์ วรวณฺโณ พระนักเทศน์ชื่อดังแห่งวัดสร้อยทอง ออกมาระบุว่า เป็นสิ่งไม่ควรทำ เพราะไม่ใช่เครื่องระลึกถึงพระพุทธคุณ แต่เป็นการอุดหนุนทุนนิยม แปรสภาพให้วัดเป็นร้านค้า และสุดท้ายประชาชนจะเสื่อมศรัทธา ส่วนหลวงพี่น้ำฝนบอกว่า ตั้งใจทำเป็นที่ระลึก หรือเป็นวัตถุมงคลให้ผู้ที่ศรัทธานำไปใช้ได้จริง และเงินที่ได้จะนำไปซื้ออุปกรณ์ให้กับโรงพยาบาล สร้างประโยชน์ให้สังคม ไม่ได้หาประโยชน์เข้าวัด คนที่มาเช่าไปล้วนเกิดจากความศรัทธาส่วนตัว ไม่เคยบังคับใครซื้อ
สำหรับการติดตั้งป้ายหรือทำแผ่นพับแจกให้ประชาชน หลวงพี่น้ำฝน ชี้ว่าไม่ขัดกับประกาศคำสั่งของเจ้าคณะปกครองสงฆ์ที่ออกมาก่อนหน้านี้ เพราะห้ามขายวัตถุมงคลภายนอุโบสถ แต่ที่วัดตั้งจุดอยู่ภายในวิหาร ป้ายประกาศทั้งหมดอยู่ใน และไม่ได้โฆษณาชวนเชื่อ อวดอ้างความวิเศษให้คนมาซื้อ ไม่ได้ทำเป็นพุทธพาณิชย์ ไม่ได้หาประโยชน์เข้าตัวเอง แต่นำเงินไปให้โรงพยาบาล และมั่นใจว่าไม่ได้ทำให้คนเสื่อมศรัทธาอย่างแน่นอน
แต่พระมหาไพรวัลย์ เห็นต่างไปจากหลวงพี่น้ำฝน เพราะเห็นว่าควรแจกพระพุทธรูปหรือวัตถุมงคลมากกว่าปลุกเสกกระเป๋าที่อ้างว่าเรียกเงินเข้ากระเป๋าได้ และมองว่าประกาศห้ามของเจ้าคณะปกครองสงฆ์ มีจุดจุดอ่อน ที่ทำให้ไม่สามารถบังคับใช้ได้จริง
เมื่อช่วงเดือนกันยายนปี 2560 เจ้าคณะปกครองสงฆ์ระดับต่างๆ ได้แจ้งไปยังวัดต่างๆ ทั่วประเทศ ห้ามจำหน่ายวัตถุมงคลในพระอุโบสถ ห้ามติดแผ่นป้ายโฆษณาการทำพิธีพุทธาภิเษ ห้ามจำหน่ายพระเครื่อง วัตถุมงคล เทวรูปบริเวณพระอุโบสถ แต่ไม่ห้ามจำหน่ายในวิหาร ทำให้วัดบางแห่งรวมทั้งวัดไผ่ล้อมใช้วิหารเป็นสถานที่จำหน่ายวัตถุมงคลและจำหน่ายกระเป๋าดังกล่าวได้