สำนักข่าวต่างประเทศรายงานว่า ระหว่างที่สมาชิกสภาคองเกรสสหรัฐฯ กำลังอธิบายกลไกของโครงการรับผู้อพยพที่ได้รับผลกระทบจากภัยธรรมชาติและสงครามให้ทรัมป์ฟัง ที่ห้องทำงานรูปไข่ที่ทำเนียบขาว แหล่งข่าวที่ไม่ประสงค์ออกนามเผยว่า หลังจากฟังจบ ทรัมป์ ก็กล่าวกับเจ้าหน้าที่คนนั้นว่า ทำไมถึงต้องการพวกคนแอฟริกา คนจากประเทศบ่อปฏิกูล (shithole countries) เหล่านี้มาอยู่ที่นี่ด้วย น่าจะรับคนจากนอร์เวย์มากกว่า
โดยข่าวการพูดดูหมิ่นผู้คนทั้งทวีปของผู้นำสหรัฐฯ ถูกเผยแพร่ออกไป ก็ทำให้ประชาชนและนักการเมืองออกมาประณามว่า ทรัมป์ เป็นคนเหยียดเชื้อชาติ ต่อมามีนักข่าวไปถามโฆษกทำเนียบขาวว่า ทรัมป์ ใช้คำพูดนี้จริงหรือไม่ ซึ่งโฆษกทำเนียบขาวก็ตอบว่า นักการเมืองสหรัฐฯ บางคนเลือกที่จะสู้เพื่อสิทธิของประเทศอื่น แต่ประธานาธิบดีทรัมป์จะต่อสู้เพื่อชาวอเมริกันเสมอ
ขณะเดียวกันในวันนี้ ทรัมป์ ประกาศเลื่อนกำหนดการเดินทางเยือนประเทศอังกฤษในเดือนกุมภาพันธ์ เพื่อร่วมพิธีเปิดสถานทูตสหรัฐฯ แห่งใหม่ออกไปอย่างไม่มีกำหนด พร้อมพาดพิงอดีตประธานาธิบดีสหรัฐฯ คนก่อน บารัค โอบามา ว่าไปขายสถานทูตที่เก่าแลกกับถั่วลิสง
ทั้งนี้ ทรัมป์ เขียนลงทวิตเตอร์ อธิบายถึงสาเหตุที่เขาตัดสินใจเลื่อนการเดินทางเยือนอังกฤษออกไป โดยระบุว่า เขาไม่พอใจที่รัฐบาลโอบามาขายสถานทูตที่เก่าไป แล้วสร้างสถานทูตใหม่ ซึ่งทำเลไม่ดีและราคาแพงมาก แล้วที่แห่งนี้ก็อยากจะให้ตัวเขาไปตัดริบบิ้นเปิดงาน ก่อนจะปิดท้ายด้วยคำว่า “ไม่”
ขณะที่ตั้งแต่ทรัมป์ขึ้นมาดำรงตำแหน่งประธานาธิบดีจนถึงตอนนี้เวลาก็ล่วงเลยมาเกิน 1 ปีแล้ว แต่ผู้นำสหรัฐฯ ก็ยังไม่ได้เดินทางไปเยือนประเทศอังกฤษเลย ด้านประชาชนชาวอังกฤษจำนวนมาก ขู่ว่าถ้าทรัมป์เดินทางมาจะออกไปประท้วงกันครั้งใหญ่ เนื่องจากไม่เห็นด้วยกับค่านิยมของผู้นำสหรัฐฯ แล้วช่วงปลายปีที่ผ่านมานี่เอง ทรัมป์ ก็เพิ่งทวีตโต้ตอบกับนายกรัฐมนตรีอังกฤษ หลังทรัมป์ไปรีทวีตข้อความของแกนนำกลุ่มผิวขาวขวาจัดต่อต้านศาสนาอิสลาม ทำให้เทเรซา เมย์ ออกมาตอบโต้ว่าทรัมป์ทำแบบนี้ไม่เหมาะสม ซึ่งทรัมป์ก็ตอบกลับว่า เห็นไหมนี่แหละสาเหตุที่มีการก่อการร้ายในอังกฤษแต่ในสหรัฐฯ ไม่มี