เมื่อวันที่ (20 ม.ค. 61) ผู้สื่อข่าวรายงานว่า การตรวจค้นวัตถุและรถยนต์ต้องสงสัยคือภาระกิจของ "เจ้าไวท์" สุนัขสายพันธุ์ลาบาดอร์รีทีฟเวอร์ ที่ต้องทำเป็นประจำ นี่คือหนึ่งในมาตรการที่ด่านตรวจแก่งปันเต๊า อำเภอเชียงดาว จังหวัดเชียงใหม่นำมาใช้เพื่อตรวจหายาเสพติด ก่อนที่จะเล็ดลอดเข้าไปถึงเมืองเชียงใหม่ และกระจายไปยังพื้นที่ชั้นในของประเทศ
ด่านตรวจแก่งปันเต๊า เป็นด่านตรวจที่ตั้งอยู่บนเส้นทางสายหลักพอดี แต่เมื่อเมืองพัฒนาขึ้นและเกิดถนนสายรองตามมา เส้นทางเหล่านี้จึงกลายเป็นทางเลี่ยงให้ผู้กระทำความผิดใช้ด้วย ดังนั้นมาตรการกบกระโดด จึงเป็นการทำตัวคล้ายกบ คือกระโดดไปสุ่มตั้งด่านตรวจเพิ่มตามเส้นทางรอง
ด่านตรวจนี้คุมเข้มตลอด 24 ชั่วโมง แต่เจ้าหน้าที่ยอมรับว่าไม่สามารถตรวจค้นรถได้ทุกคัน หรือสกัดกั้นสิ่งผิดกฏหมายได้ 100 เปอร์เซนต์ โดยเฉพาะที่มากับรถบรรทุกผลผลิตการเกษตร และรถขนาดใหญ่ เพราะกำลังเจ้าหน้าที่มีน้อย ขณะเดียวกันผู้กระทำผิดเหล่านี้ก็พยายามปรับเปลี่ยนวิธีการขนส่ง และเพิ่มศักยภาพการผลิตเพื่อทดแทนของที่ถูกจับได้
ข้อมูลจากสำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามยาเสพติดระบุว่า ปริมาณยาเสพติดที่ถูกจับได้มีเพิ่มมากขึ้นทุกปี จากสถิติปี 2559 อยู่ที่ 90 ล้านเม็ด แต่สถิติปีนี้เพียงแค่ 3 เดือน ยอดทะลุเป้าไปแล้วกว่า 60 ล้านเม็ด และน่าสนใจว่าปัจจุบันผู้ผลิตได้พัฒนาสารตั้งต้นใหม่ๆมากขึ้น ดังนั้นการตัดตอนตั้งแต่จุดเริ่มต้นกระบวนการ จึงทำได้ยากขึ้น
ณัฐพล ศิลาคำ ถ่ายภาพ
ปรารถนา พรมพิทักษ์ รายงาน