เมื่อวันที่ (22 ม.ค. 61) ผู้สื่อข่าวรายงานว่า นายทวีศักดิ์ สูทกวาทิน โฆษกคณะกรรมาธิการวิสามัญพิจารณาร่างกฎหมายเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร หรือ ส.ส. ของ สภานิติบัญญัติแห่งชาติ ที่วันนี้ชี้แจงสาเหตุ ที่ต้องเลื่อนบังคับใช้กฎหมายฉบับนี้ออกไปอีก 90วันว่า ให้สอดคล้องกับคำสั่งหัวหน้า คสช. ที่ 53/2560 ข้อ 8 ที่กำหนดให้ คสช. พิจารณายกเลิกคำสั่งที่เป็นอุปสรรค ต่อการเลือกตั้ง และจัดทำแผน ขั้นตอนทางการเมืองเพื่อนำไปสู่การเลือกตั้ง คณะกรรมาธิการเสียงข้างมาก จึงเห็นพ้องกันว่าจำเป็นต้องแก้ไขการบังคับใช้กฎหมายเลือกตั้งส.ส.จากเดิมให้ บังคังใช้ทันทีหลังกฎหมายประกาศในราชกิจจานุเบกษา เป็นบังคับใช้หลังกฎหมายประกาศในราชกิจจานุเบกษา 90 วัน เมื่อเป็นเช่นนี้ ผู้สื่อข่าวถามต่อว่า มั่นใจหรือไม่ว่า คสช. จะปลดล็อกภายในกรอบเวลาที่กำหนด นายทวีศักดิ์ ยอมรับ เป็นเรื่องที่คาดได้ยาก
ขณะที่การพิจารณาร่างกฎหมายเลือกตั้ง ส.ส. วาระที่ 2 และ 3 ในที่ประชุมใหญ่ สนช. วันที่ 25 มกราคมนี้ การแก้ไขมาตรา 2 ซึ่งเป็นกำหนดระยะเวลาบังคับใช้กฎหมายหลังประกาศราชกิจจานุเบกษา นายทวีศักดิ์ เผยอาจพิจารณา 3 แนวทาง คือ กรอบเวลา 90 วัน ตามกรรมาธิการเสียงข้างมาก หรือ กลับไปใช้ตามเดิมคือให้บังคับใช้วันถัดไปหลังประกาศราชกิจจานุเบกษา สุดท้ายอาจมีกรรมาธิการบางส่วนเสนอขอปรับเพิ่มเป็น 120 วัน
พลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี หลังเป็นประธานเปิดการสัมมนานักบริหารระดับสูงเพื่อการบูรณาการการพัฒนาประเทศไทย 4.0 ผู้สื่อข่าวสอบถามถึงการขยายเวลาโรดแมปการเลือกตั้ง ว่าเป็นใบสั่งของ คสช. หรือไม่ พลเอกประยุทธ์ ส่ายหัว และกล่าวเพียงสั้น ๆ ว่า “ไม่มี”
ส่วนที่ศูนย์บริการประชาชน ทำเนียบรัฐบาล นายศรีสุวรรณ จรรยา เลขาธิการสมาคมองค์การพิทักษ์รัฐธรรมนูญไทย เข้ายื่นหนังสือขอให้ นายกรัฐมนตรี ใช้อำนาจยับยั้ง สนช. ปรับแก้มาตรา 2 เลื่อนการบังคับใช้กฎหมายเลือกตั้ง ส.ส. ออกไป 90 วัน เพราะอาจส่งผลต่อความเชื่อมั่นต่อ พลเอกประยุทธ์ และ รัฐบาลไทย ขณะเดียวกันยังมองว่า การขยายเวลา 90 วัน ยังเป็นการต่ออายุ และ เอื้อประโยชน์พวกพ้อง สนช. ให้รับค่าตอบแทนและเบี้ยประชุมต่อไป หากไม่มีการยับยั้ง จะเดินหน้าร้องเรียน ป.ป.ช. เอาผิดกับสมาชิก สนช. ที่ร่วมโหวตผ่านกฎหมาย เพราะอาจเข้าข่ายความผิดการทุจริตหรือการใช้อำนาจหน้าที่โดยมิชอบได้