คณะกรรมการร่วมภาคเอกชน 3 สถาบัน หรือ กกร. ระบุ ผลกระทบต่อการปรับค่าจ้างขั้นต่ำ ประจำปี 2561 ที่มีการปรับขึ้น 5-22 บาท จากการสอบถามความคิดเห็นไปยังสมาชิกทั่วประเทศ พบว่า กว่า 92% ของจังหวัดทั้งหมด เห็นว่ามีการปรับค่าจ้างเกินกว่าที่คณะอนุกรรมการจังหวัดเสนอคณะกรรมการค่าจ้าง โดยเฉพาะ 35 จังหวัด ที่คณะอนุกรรมการค่าจ้างจังหวัดไม่ได้เสนอปรับขึ้นค่าจ้าง 36 จังหวัดมีมติปรับขึ้นค่าจ้างแต่ปรับขึ้นในเกณฑ์ต่ำกว่าที่คณะกรรมการค่าจ้างกลางกำหนด และมีเพียง 6 จังหวัดที่มติจังหวัดปรับค่าจ้างขึ้นเท่ากับมติของคณะกรรมการค่าจ้างกลาง
ทั้งนี้ กกร. เสนอรัฐบาลให้ทบทวนมติอัตราค่าจ้างขั้นต่ำ ที่ได้มีมติออกมาตามคณะกรรมการค่าจ้าง แต่ให้เป็นไปตามมติของคณะอนุกรรมการค่าจ้างจังหวัด นอกจากนี้เห็นว่า การปรับค่าจ้างขั้นต่ำครั้งนี้ จะส่งผลกระทบต่อต้นทุนค่าจ้างแรงงานและการผลิตเพิ่มขึ้น โดยเฉพาะภาคเกษตร บริการ และผู้ประกอบการเอสเอ็มอี ทำให้ผู้ประกอบการไม่สามารถปรับตัวได้ทัน ซึ่งจะเป็นการเร่งให้มีอัตราการว่างงานที่สูงขึ้น จากการที่ผู้ประกอบการนำเครื่องจักรและเทคโนโลยีมาทดแทนแรงงาน อีกทั้งการปรับค่าจ้างที่เกินพื้นฐานสภาพความเป็นจริงทางเศรษฐกิจและสังคม จะส่งผลให้เกิดความเสียหายต่อประเทศในภาพรวม รวมทั้งค่าครองชีพจะสูงขึ้น ซึ่งจะส่งผลกระทบต่อประชาชนได้
อย่างไรก็ตาม ในวันนี้ กกร.จะนำเสนอมติดังกล่าวต่อพลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี อย่างเป็นทางการ พร้อมจะฟังผลจากรัฐบาลว่าจะมีการทบทวนมติหรือไม่ ซึ่งหากไม่มีการทบทวน กกร.จะมีการสำรวจผลกระทบจากอัตราค่าจ้างแรงงานขั้นต่ำที่ปรับขึ้นให้มีความชัดเจนอีกครั้ง