สำนักข่าวต่างประเทศรายงานว่า รัฐบาลสหรัฐฯอนุมัติเพิ่มภาษีนำเข้าเครื่องซักผ้าและแผงโซลาร์เซลล์ ตามนโยบายเศรษฐกิจแบบกีดกันการค้า ภายใต้แนวคิด “America First” หรือ “อเมริกาต้องมาก่อน” ที่ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ใช้ในการหาเสียง ซึ่งจะมุ่งเน้นปกป้องแรงงาน เกษตรกร และกลุ่มธุรกิจในประเทศจากการแข่งขันของสินค้านำเข้าจากต่างชาติ
โดยในช่วงปีแรกของการบังคับใช้อัตราภาษีใหม่ เครื่องซักผ้าขนาดใหญ่สำหรับใช้ในครัวเรือนที่นำเข้า 1 ล้าน 2 แสนเครื่องแรก จะถูกเก็บภาษีเพิ่มขึ้น 20% ส่วนเครื่องซักผ้าที่มีการนำเข้าหลังจากกลุ่มแรก จะต้องเสียภาษีเพิ่มขึ้นในอัตรา 50% เช่นเดียวกับแผงโซลาร์เซลล์นำเข้าจากต่างประเทศ ที่มีกำลังการผลิตไฟฟ้ามากกว่า 2.5 กิกะวัตต์ จะต้องถูกเก็บภาษีเพิ่มขึ้น 30% ในช่วงปีแรกของการบังคับใช้ ซึ่งประเทศผู้ส่งออกที่ได้รับผลกระทบจากการตั้งกำแพงภาษีนำเข้าครั้งนี้มากที่สุด คือ จีนและเกาหลีใต้ โดยกระทรวงพาณิชย์ของจีนออกแถลงการณ์ประณามมาตรการดังกล่าวว่าเป็นการละเมิดข้อตกลงการค้าระหว่างประเทศอย่างร้ายแรง และเป็นการกีดกันการค้าอย่างชัดเจน
ขณะที่กระทรวงพาณิชย์ของเกาหลีใต้ ระบุว่าจะยื่นร้องเรียนต่อองค์กรการค้าโลก หรือ ดับบลิวทีโอ (WTO) กรณีที่รัฐบาลสหรัฐฯ ตั้งกำแพงภาษีในอัตราที่สูงเกินจริง โดยคำนึงถึงแต่สถานการณ์ในประเทศ แทนที่จะปฏิบัติตามระเบียบข้อบังคับสากล
ส่วนบริษัทซัมซุง อิเล็กทรอนิกส์ ผู้ผลิตเครื่องใช้ไฟฟ้ารายใหญ่สัญชาติเกาหลี ระบุว่า กำแพงภาษีที่สูงลิ่วจะทำให้ชาวอเมริกันเสียโอกาสอย่างมาก โดยผู้บริโภคจะมีตัวเลือกน้อยลง ขณะที่แรงงานจะได้รับผลกระทบเนื่องจากบริษัทเองก็มีโรงงานอยู่ในสหรัฐฯ หลายแห่ง โดยล่าสุด ซัมซุมเพิ่งจะเปิดโรงงานใหม่ในรัฐเซาท์แคโรไลนา เมื่อวันที่ 12 ม.ค. ที่ผ่านมา ซึ่งมีการจ้างงานชาวอเมริกัน 600 คน