เมื่อวันที่ (30 ม.ค. 61) จากกรณีที่ผู้อำนวยการนิด้าโพล โพสต์เฟชบุ๊ก ขอลาออกจากตำแหน่ง หลังถูกสั่งห้ามไม่ให้เผยแพร่โพลที่เกี่ยวข้องกับ นาฬิกาหรู ของพล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี โดยวันนี้ผู้อำนวยการนิด้าโพล ยื่นใบลาออกอย่างเป็นทางการ ด้านศ.ดร.สุขุม เฉลยทรัพย์ ประธานคณะกรรมการที่ปรึกษาสวนดุสิตโพล เปิดเผยผ่านรายการว่า ตลอดเวลาการทำโพลมา 25 ปี ก็ถูกกดดันหลากหลายรูปแบบ การทำโพลการเมืองสมัยรัฐบาลทหารมีความกดดันหนักพอกับรัฐบาลที่มาจากการเลือกตั้ง เพราะแต่ละโพลออกมาก็จะมีการเสียประโยชน์และได้ประโยชน์
ส่วนกรณีคำถามที่สำนักข่าวอิศราได้นำมาเปิดเผยเกี่ยวกับ 4 คำถามนิด้าโพล ปมนาฬิกาหรูที่ถูกระงับการเผยแพร่นั้น คือ 1. เพื่อนสนิทเคยให้ยืมนาฬิกาหรูหรือไม่ 2.ผู้ถือครองนาฬิกาบอกว่าเพื่อนให้ยืมมาคิดว่าพูดจริงหรือไม่ 3.คิดว่าคนที่พูดโกหกมีแนวโน้มการทุจริตหรือไม่ 4.รับได้หรือไม่ที่รุ่นน้องช่วยรุ่นพี่ปกปิดเรื่องดังกล่าว จากการวิเคราะห์หากคำถามเหล่านี้เป็นความจริงคำถามทั้ง 4 ข้อเป็นคำถามที่ชี้นำเพราะคนส่วนใหญ่ทั้งประเทศการที่จะให้เพื่อนยืมนาฬิกาหรูมันเป็นไปไม่ได้อยู่แล้ว เนื่องจากมีราคาที่แพงของหายากตรงนี้อาจจะมองเป็นการล็อคคำตอบก็เป็นได้
ส่วนประเด็นการครองนาฬิกาบอกว่าเพื่อนให้ยืมมาคิดว่าพูดจริงหรือไม่ การที่จะตัดสินว่าเป็นการพูดจริงหรือไม่เป็นการฟันธงไปแล้วในข้อนี้เป็นคำตอบที่ตอบยาก คำถามเหล่านี้ถือเป็นการชี้นำให้คนตอบตามในสิ่งที่ต้องการ
ดร.นพดล กรรณิกา ผอ.สำนักวิจัย ซูเปอร์โพล กล่าวว่า ส่วนตัวเคยเกิดกรณีการทำโพลสมัยรัฐบาลเลือกได้มีการนำเจ้าหน้าที่มาเอาผลสำรวจโพลออกไป เพื่อไปวิเคราะห์ใหม่และออกผลที่กันข้ามกับผลโพลครั้งแรก ส่วนกรณีของผอ.นิด้าโพลที่ลาออกไป ส่วนตัวชื่นชมท่านข้อที่ว่าการลาออกก็เพื่อรักษาสิทธิเสรีภาพทางวิชาการ แต่อย่างไรก็ตามควรมองในมิติอื่น เมื่อได้เสรีภาพทางวิชาการมาแล้วนั้น ควรมองถึงผลที่ออกมาจะมีอะไรเกิดขึ้น อะไรจะได้ อะไรจะเสีย นักทำโพลจะต้องรู้ดีโดยที่มองจากคำถามที่ตั้งว่าถามแบบนี้ข้อมูลที่ได้จะประมาณไหนเป็นเหมือนสมมติฐานที่นักทำโพลจะมองเห็นได้พอสมควร การมองมิติอื่นๆคือ ขอบเขตของเสรีภาพกรณีของนิด้าโพลเริ่มต้นจากนักทำโพลมีขอบเขตของเสรีภาพหรือไม่อย่างไร อันดับต่อมาเมื่อนิด้าโพลเป็นส่วนนึงของมหาวิทยาลัยนิด้าก็จำเป็นที่จะต้องคำนึงถึงประชาคมนิด้าด้วยหากแสดงผลโพลของไปจะกระทบกับประชากรนิด้าโพลมากน้อยเพียงใด
นอกจากนั้นต้องคำนึงถึงประชาชนและประเทศได้ผลกระทบกับผลโพลนี้มากน้อยเพียงใด ไม่มีสังคมใดที่มีเสรีภาพแบบสุดโต่งจึงจำเป็นต้องมีขอบเขต การตั้งคำถามของโพลต้องมีความถูกต้องตามวิชาการทางระเบียบวิธีวิจัยหรือไม่ หากมีถ้อยคำปรากฎในคำถามที่โน้มนำความคิดของคนให้ตอบไปในทางชี้นำ ตัวอย่างคำถามนาฬิกาหรู คนทั่วไปมีรายได้น้อยถึงปานกลางก็จะไม่มีนาฬิกาหรูใส่ ฉะนั้นคำตอบ 90% จึงเป็นทิศทางอย่างที่ผลออกมา โดยการทำโพลมีหลักสากลควรปฎิบัติตามให้ยึดตามหลักทำโพลแบบทางวิจัย
นายอานนท์ ศักดิ์วรวิชญ์ อดีตผู้อำนวยการศูนย์สำรวจความคิดเห็นนิด้าโพล กล่าวว่า คำถามที่สำนักข่าวอิศรานำมาเผยแพร่นั้นใกล้เคียงแต่ยังขาดข้อมูลบางอย่าง เรื่องนี้ควรจะไปถามอธิการบดีสถาบันนิด้าเพราะตอนนี้ถูกระงับไม่ให้เผยแพร่ การทำโพลปัจจุบันควรทำแบบสำรวจแบบร่วมสมัย คำถามเหล่านี้ได้นำมาจากข่าวสารต่างๆที่ปรากฎ ส่วนจะเป็นคำถามที่ชี้นำหรือไม่ก็เป็นคำตอบที่เป็นเสียงสะท้อนของประชาชนไม่ได้ผิดแปลกอะไร ใม่ได้เป็นเจาะจงตัวพลเอกประวิตรแต่อย่างใดเพราะไม่มีการระบุชื่อ นักการเมืองถือเป็นบุคคลสาธารณะที่ประชาชนสามารถแสดงความคิดเห็นได้ ท่านอธิการบดีสถาบันนิด้าควรจะแยกแยะบุคคลสาธารณะให้ออก ส่วนประเด็นคำถามก็ไม่ได้เป็นการชี้นำประชาชนแต่อย่างใดผู้อ่านสามารถที่จะตอบอะไรก็ได้จะบอกว่าไม่ได้โกหกก็สามารถทำได้เช่นกัน หากประชาชนไม่เห็นด้วยกับคำถามสามารถคิดเอง เรามีหน้าที่สะท้อนความคิดเห็นของประชาชนตามหลักวิชาการเท่านั้น
ชมคลิปได้ที่ >> เป็นเรื่อง! “สุขุม” เตือน “อย่าคิดว่าโพลสั่งไม่ได้” รัฐบาลทหาร หรือ เลือกตั้ง ก็แทรกแซงหนักพอกัน