วันนี้ ( 1 ก.พ.61) ผู้สื่อข่าวรายงานว่า น.ส.สุพิชา ตัญกาญจน์ พี่สาวของน้องเมย เปิดเผยว่า ทางครอบครัวเพิ่งได้รับหนังสือแจ้งความคืบหน้าการสอบสวนคดีอาญาของพนักงานสอบสวน สภ.บ้านนา จ.นครนายก ตามที่ครอบครัวได้แจ้งความในความผิดฐานทำร้ายร่างกายผู้อื่นจนเป็นเหตุให้ได้รับอันตรายแก่กายหรือจิตใจ โดยในชั้นนี้พนักงานสอบสวนมีความเห็นสมควรสั่งฟ้องผู้ต้องหา และจะส่งสำนวนการสอบสวนไปยังอัยการศาลทหารพิจารณาต่อไป
ส่วนการนำผลทางนิติวิทยาศาสตร์เสนอต่อคณะกรรมการสอบสวนข้อเท็จจริงนอกจากภาพถ่ายร่างกายของน้องเมยขณะยังมีชีวิตอยู่ ที่พบว่ามีรอยช้ำหลายจุด ซึ่งเชื่อว่าน่าจะเกิดจากการฝึกทางทหารและการถูกธำรงวินัยที่รุนแรงเกินไป นอกจากนี้ยังเชื่อว่าอาจจะนำไปสู่การถูกทำร้ายร่างกายใน 4 ประเด็นประกอบด้วย 1.การพบว่ามีเลือดออกบริเวณลำคอเหนือไหปลาร้าทั้งซ้ายและขวา ซึ่งพนักงานสอบสวนและแพทย์ให้ความเห็นตรงกันว่าอาจเกิดจากการถูกล็อกคอ 2. กล้ามเนื้อระหว่างซี่โครงซ้าย ซี่ที่ 8-10 ฟกช้ำคล้ายถูกของแข็งไม่มีคมกระแทกจากด้านหน้าไปด้านหลัง 3. ซี่โครงซี่ที่ 4 หัก ซึ่งผลทางนิติวิทยาศาสตร์ยืนยันว่า ไม่ได้เกิดจากการทำ CPR และ4. รอยฟกช้ำบริเวณกล้ามเนื้อหน้าอกซ้าย ซึ่งห่างจากจุด CPR
พี่สาวของน้องเมย บอกอีกว่า สิ่งที่ได้นำเสนอต่อคณะกรรมการสอบสวนข้อเท็จจริงฯ อาจจะดูเป็นเรื่องใหม่สำหรับคณะกรรมการฯ แต่ในแง่ของข่าวแล้วไม่ถือว่าเป็นเรื่องใหม่ เพราะตนเองได้นำเสนอและบอกเล่าเรื่องราวต่อสื่อมวลชนอยู่ตลอดเวลา จะมีแค่เพียงผู้ใหญ่ในกองทัพเท่านั้นที่บอกว่าไม่เคยรับรู้ ทั้งนี้ก็เพื่อยืนยันว่าการเสียชีวิตของน้องชายอาจเกิดจากการถูกทำร้ายเพราะมีร่องรอยในลักษณะที่ทำให้เชื่อเช่นนั้น โดยขอให้ผู้ใหญ่ในกองทัพให้ความเป็นธรรมกับครอบครัวของตนด้วย
ขณะที่ พล.ต.ต.วัฒนา ยี่จีน ผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดนครนายก เปิดเผยว่า คดีของน้องเมย แบ่งเป็น 2 ส่วน ซึ่งส่วนแรกคือเรื่องการทำธำรงวินัยของรุ่นพี่ ที่ครอบครัวเดินทางเข้าแจ้งความ โดยเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นวันที่ 23 สิงหาคมในคดีทำร้ายร่างกายจากการทำธำรงวินัยของรุ่นพี่ จำนวน 1 คน เพื่อสรุปสำนวนคดีส่งฟ้องอัยการศาลทหาร และอีกส่วนหนึ่งคือคดีชันสูตรพลิกศพเพื่อหาสาเหตุการตายของน้องเมย ซึ่งส่วนนี้เป็นหน้าที่ของ สภ.เมืองนครนายก เป็นผู้พิจารณาดำเนินการต่อไป