คณะกรรมการการบินระหว่างรัฐของรัสเซีย ซึ่งสอบสวนเหตุเครื่องบินของสายการบิน “ซาราตอฟ แอร์ไลน์ส” ตกชานกรุงมอสโก เป็นเหตุให้ผู้โดยสารและลูกเรือเสียชีวิตยกลำ เมื่อวันอาทิตย์ที่ผ่านมา เปิดเผยว่า เหตุดังกล่าวอาจเกิดจากอุปกรณ์ที่ใช้สำหรับวัดความเร็วลม ที่เรียกว่า pitot tubes ถูกน้ำแข็งจับ ทำให้นักบินได้รับข้อมูลความเร็วของเครื่องบินผิดพลาด
โดยผลวิเคราะห์ข้อมูลจากกล่องดำเบื้องต้น ชี้ว่า “เหตุผิดปกติ” เริ่มเกิดหลังจากเครื่องบินบินขึ้นได้ 2 นาทีครึ่ง ที่ความสูง 1,300 เมตร โดยความเร็วที่ระบุขณะนั้นอยู่ที่ 465-470 กิโลเมตรต่อชั่วโมง ขณะที่เซ็นเซอร์วัดความเร็วตัวอื่นๆ ให้ค่าแตกต่างกัน
เซ็นเซอร์ความเร็วที่ถูกน้ำแข็งจับนี้ เคยถูกระบุว่าเป็นสาเหตุที่น่าจะทำให้เครื่องบินสายการบินแอร์ฟรานซ์ตกเมื่อปี 2009 ซึ่งมีผู้เสียชีวิต 228 คน สำหรับเที่ยวบิน AN-148 ของสายการบิน “ซาราตอฟ แอร์ไลน์ส” ประสบเหตุตกหลังเดินทางออกจากสนามบิน “โดโมเดโดโว” (Domodedovo) ในกรุงมอสโก หลังจากขึ้นบินจากสนามบินได้เพียง 4 นาที โดยไม่มีการส่งสัญญาณฉุกเฉินใดๆ