ผู้สื่อข่าวรายงานว่า นายเรืองไกร ลีกิจวัฒนะ ทีมกฎหมายพรรคเพื่อไทย เปิดเผยระหว่างเดินทางเข้าพบคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ หรือ ป.ป.ช. เพื่อให้ข้อมูลการตรวจสอบนาฬิกาหรูของ พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม ว่าวันจันทร์ที่ 19 กุมภาพันธ์ จะไปพบคณะกรรมการการเลือกตั้ง เพื่อให้ตรวจสอบการครอบครองหุ้น SCC 5,000 หุ้น ของ นพ.ธีระเกียรติ เจริญเศรษฐศิลป์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ ว่าเข้าข่ายการถือหุ้นในบริษัทที่ได้รับสัมปทานจากรัฐหรือไม่ เพื่อส่งให้ศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัย เพราะอาจเข้าข่ายเป็นการกระทำที่ขัดต่อรัฐธรรมนูญปี 2560 และมีผลให้พ้นจากตำแหน่ง
นายเรืองไกรยังเรียกร้องให้ นพ.ธีระเกียรติ รักษาคำพูดตามที่ให้สัมภาษณ์ BBC Thai ว่าไม่ว่าจะถูกตรวจสอบในเรื่องใด ก็ต้องรับผิดชอบด้วยการลาออก
โดยข้อกฎหมายที่ นายเรืองไกร นำมาอ้างอิง คือ มาตรา 184 วงเล็บ 2 รัฐธรรมนูญ 2560 ห้ามรัฐมนตรีมีหุ้นในบริษัทที่ได้รับสัปทานหรือเข้าคู่สัญญากับหน่วยงานของรัฐ การถือครองหุ้นสัมปทานเพียงเล็กน้อย อาจพ้นจากความเป็นรัฐมนตรีได้
ขณะเดียวกัน รัฐธรรมนูญปี 2560 มีบทเฉพาะกาลคุ้มครองคณะรัฐมนตรี ที่แต่งตั้งตาม รัฐธรรมนูญชั่วคราว 2557 ไว้ และมีข้อยกเว้นในประเด็นคุณสมบัติหลายเรื่อง แต่ในมาตรา184 ยกเว้นเพียงเรื่องการดำรงตำแหน่งในหน่วยงานราชการ หน่วยงานรัฐ เท่านั้น ไม่ได้นับรวมถึงเรื่องการถือหุ้นสัมปทานแต่อย่างใด