วันนี้(18 ก.พ.61)ผู้สื่อข่าวรายงานว่า การนำเสนอบทความวิชาการ ในหัวข้อ “กลไกการควบคุมเสรีภาพในการแสดงออกภายใต้ระบบ คสช.” ของเวทีเสวนาที่ “ตุลาการธิปไตย ศาล และการรัฐประหาร” ที่มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์
วงเสวนาได้ยกการเคลื่อนไหวทางการเมือง ของกลุ่มนักศึกษา และภาคประชาชน ตั้งแต่การประกาศตัวเป็นนักการเมือง ของ พลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี มาตั้งข้อสังเกตการดำเนินคดีกับแกนนำ พบว่า มีการลดการบังคับใช้ คำสั่ง คสช. ที่เกี่ยวข้องกับการชุมนุมทางการเมืองลง และมาเลือกใช้กฎหมายการชุมนุมที่สาธารณะ กฎหมายคอมพิวเตอร์ และกฎหมายปกติอื่นๆ เอาผิดกับแกนนำและผู้ร่วมชุมนุมแทน
นายสุทธิชัย งามชื่นสุวรรณ อาจารย์นิติศาสตร์ มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ เชื่อว่า การลดใช้อำนาจพิเศษ และหาข้อกฎหมายแจ้งความในภายหลัง เพราะ คสช. มั่นใจว่ากฎหมายปกติ และกระบวนการศาล สามารถคุมสถานการณ์ได้ แต่หากมีเรื่องที่เสี่ยงกระทบกับ คสช. มากขึ้น ก็อาจมีการนำคำสั่ง คสช. กลับมาใช้คุมการชุมนุมอีกครั้ง
สอดคล้องกับ นางสาวนิฐินี ทองแท้ อาจารย์คณะมนุษยศาสตร์และสังคมศาสตร์ มหาวิทยาลัยราชภัฏกำแพงเพชร ที่มองว่าการดำเนินคดีที่เกี่ยวข้องกับการชุมนุม ของฝ่ายกฎหมาย คสช. ทั้งการใช้ คำสั่ง คสช. ที่ 3/2558 ห้ามชุมนุมทางการเมืองเกิน 5 คน และ กฎหมายปกติ ส่วนใหญ่ มุ่งผลในทางการเมือง เพื่อคุกคามสิทธิและเสรีภาพ ของฝ่ายเห็นต่าง เพราะทุกคดีการเมืองเมื่อเข้าสู่กระบวนการศาลแล้ว ก็จะจบที่กระบวนการตกลง และรอลงอาญา เกือบทุกคดี
โดยทั้งนางสาวนิฐินี และ นายสุทธิชัย เชื่อว่าเป็นกระบวนการสร้างความหวาดกลัว เพื่อสร้างเงื่อนไขต่อรอง เพื่อควบคุมเสถียรภาพของรัฐบาลก่อนเลือกตั้ง