รายงานฉบับนี้จัดทำโดยหน่วยข่าวกรองแห่งชาติของสหรัฐ มีรายละเอียดว่า ประชาธิปไตยและสิทธิมนุษยชนในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ หรืออาเซียน ยังคงอยู่ในภาวะที่เปราะบางอย่างมากตลอดปีที่ผ่านมา คนแรกที่ถูกเอ่ยถึงในรายงานก็คือ นายโรดริโก ดูแตร์เต ประธานาธิบดีฟิลิปปินส์ ที่ใช้นโยบายปราบปรามยาเสพติดด้วยความรุนแรง รวมถึงการประกาศกฏอัยการศึกในจังหวัดมินดาเนา ทำให้เขาจะมีอำนาจต่อไปจนถึงอย่างน้อยสิ้นปี 2018 นอกจากนี้รัฐบาลฟิลิปปินส์ยังได้ชื่อว่า มีการใช้สื่อโซเชียลมีเดีย ในการโน้มน้าวความคิดอ่านของประชาชนอีกด้วย
ส่วนสมเด็จฮุนเซน ก็เป็นอีกหนึ่งผู้นำ ที่ถูกเอ่ยถึงในรายงานโดยระบุว่า ฮุนเซนยังคงใช้อำนาจในมือกดดันประชาชนต่อไป และที่สำคัญคือ ผู้นำกัมพูชาเริ่มเปลี่ยนท่าทีหันไปสร้างความสัมพันธ์กับจีนมากขึ้น ทั้งในเรื่องของการเมืองและเงินทุนสนับสนุน ซึ่งเป็นสิ่งที่จีนต้องการอยู่แล้ว ที่อยากเข้ามามีอิทธิพลในพื้นที่แถบนี้ นอกจากนี้ฮุนเซนยังพยายามกดดันสถาบันประชาธิปไตยและสังคมในประเทศ โดยใช้สถาบันพระมหากษัตริย์และสถาบันตุลาการ ในการจัดการกับฝ่ายตรงข้าม
ในขณะที่สถานการณ์ของชาวโรฮิญาในเมียนมาร์ ก็จะทำให้จีนใช้เป็นข้ออ้างในการเข้าไปก้าวก่ายและสร้างอิทธิพลเหนือเมียนมาร์ได้ง่ายดายและชอบธรรมมากขึ้น