เมื่อวันที่ (22 ก.พ. 61) ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เป็นการให้สัมภาษณ์ผ่านทางโทรศัพท์ ของพล.ต.ต.สุทธิ พวงพิกุล ผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดกาญจนบุรี นอกจากจะโต้แย้งว่า การสั่งแก้ไขสำนวนคดีของตัวเอง เป็นความเข้าใจที่คลาดเคลื่อน ยังระบุว่า จะทำเรื่องขอขยายผลเวลาเข้ารายงานตัวที่สำนักงานตำรวจแห่งชาติตามคำสั่งย้าย เพราะยังมีภารกิจและหน้าที่ต้องรับผิดชอบอยู่ที่จังหวัดเชียงราย
แม้ว่า พล.ต.ต.สุทธิ พวงพิกุล ผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดกาญจนบุรี จะปฎิเสธว่าไม่เคยสั่งให้ใครแก้ไขสำนวน แต่ทีมข่าวพบว่ามีข้อมูลชุดหนึ่งเป็นเอกสารลับราชการห้ามเผยแพร่ ระบุ ถึงการตรวจสอบข้อเท็จจริงในคดีหวย 30 ล้าน ซึ่งชุดสอบสวนกองบังคับการปราบปรามสอบปากคำพยานในคดีนี้ทั้งหมด 7 คน ประกอบด้วย ตำรวจ 4 นาย และ พลเรือน 3 คน พบว่า พยานส่วนหนึ่งให้การว่า พล.ต.ต.สุทธิเป็นผู้สั่งการให้แก้ไขสำนวนคดี
หนึ่งในพยานให้การว่าพล.ต.ต.สุทธิ สั่งการให้นายตำรวจคนหนึ่งนำสำนวนคดีนี้ไปให้ตรวจสอบที่บ้านพักและที่ทำงานหลายครั้ง และสั่งการด้วยวาจา ว่าให้ตำรวจใต้บังคับบัญชาที่เกี่ยวข้องกับการทำสำนวนคดี “สอบสวนพยานปากต่างๆให้กลมกลืนกัน” ทำให้นายตำรวจคนดังกล่าวปรับแก้ไขคำให้การเดิมที่ครูปรีชา และ แม่ค้าขายล็อตเตอรี่ จากนั้นนำคำให้การเดิมไปฉีกทิ้ง
นอกจากพล.ต.ต.สุทธิ กล่าวต่อว่า มีนายตำรวจอีกคนหนึ่งสั่งการด้วยวาจากับนายตำรวจใต้บังคับบัญชาคนเดิมเช่นเดียวกัน คือการระบุว่า “สอบสวนพยานปากต่างๆให้กลมกลืนกัน” โดยนายตำรวจคนที่สอง ยอมรับว่า สาเหตุที่สั่งการเช่นนั้นเป็นเพราะว่า ตรวจสอบคำให้การของครูปรีชา และ แม่ค้าขายลอตเตอรี่ พบว่าข้อเท็จจริงบางอย่างไม่สอดคล้องกัน
ข้อมูลดังกล่าวยังระบุด้วยว่า การสอบปากคำครูปรีชา ตำรวจดำเนินการหลายครั้ง โดยครั้งสุดท้าย คือเมื่อวันที่ 11 ธันวาคม 2560 แต่ในเอกสารการสอบปากคำกลับระบุว่า ครูปรีชาให้การทั้งหมดในวันที่ 2 พฤศจิกายน 2560 เพียงวันเดียว เช่นเดียวกับการสอบปากคำแม่ค้าขายลอตเตอรี่ ที่สอบปากคำครั้งสุดท้ายเมื่อวันที่ 10 ธันวาคม 2560 แต่การบันทึกการสอบปากคำระบุไว้ว่าข้อมูลทั้งหมดสอบปากคำเมื่อ วันที่ 3 พฤศจิกายน 2560
การทำเช่นนี้จะส่งผลกับรูปคดี เพราะตามขั้นตอนหากข้อมูลทั้งหมดปรากฎในการสอบปากคำครั้งแรกครั้งเดียว ข้อมูลจะถือว่ามีน้ำหนักมาก ซึ่งตามหลักการหากสอบปากคำหลายครั้งตำรวจจะต้องลำดับเหตุการณ์รายละเอียดให้ชัดเจนว่าได้สอบปากคำกี่ครั้ง วันที่เท่าไหร่บ้าง และต้องระบุว่า แต่ละครั้งผู้ถูกสอบให้การว่าอย่างไร
นอกจากนี้เอกสารลับฉบับเดียวกัน ยังมีข้อมูลว่า ลิ้นชักเก็บของของนายตำรวจนายหนึ่ง ที่เป็นจุดเก็บซองพลาสติกที่บรรจุสลากเพื่อเตรียมนำไปตรวจพิสูจน์ เคยถูกรื้อค้น จนซองพลาสติกดังกล่าวหายไป ทำให้การตรวจพิสูจน์ถูกยกเลิก ข้อมูลนี้ขัดแย้งกับการแถลงข่าวของตำรวจภูธรภาค 7 ก่อนหน้านี้ที่ระบุว่า สาเหตุการยกเลิกตรวจพิสูจน์สลาก ว่าเป็นเพราะมีหลายคนสัมผัส ซองพลาสติกจนไม่สามารถเชื่อถือนำตรวจพิสูจน์อ้างอิงเป็นหลักฐานในทางคดีได้
ปัจจัยต่างๆนี้เป็นผลทำให้สุดท้ายพล.ต.อ.จักรทิพย์ ชัยจินดา ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ อนุมัติให้สังการย้ายพล.ต.ต.สุทธิ ไปปฎิบัติราชการที่สำนักงานตำรวจแห่งชาติ โดยให้ขาดจากตำแหน่งเดิม จนกว่าการสอบสวนคดีนี้จะแล้วเสร็จ โดยวันพรุ่งนี้ พล.ต.ต.สุทธิ เปิดเผยกับทีมข่าวพีพีทีวีว่า จะเดินทางไปรายงานตัวที่สำนักงานตำรวจแห่งชาติตามคำสั่ง